วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สิ่งที่บอกว่าผู้หญิงต้องการเซ็กส์

123456789 Damkwan Damkwan Damkwan
ดูรายละเอียด

Permalink: สิ่งที่บอกว่าผู้หญิงต้องการเซ็กส์



บาง ครั้งผู้ชายก็ไม่รู้ว่าสาวข้างกายสุขสมกับเซ็กส์ที่มีให้กันหรือเปล่า แต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวคนรักหมดความมั่นใจ หากไม่แน่ใจละก็ขอแนะนำ ให้ลองสังเกตภาษากายของเธอยามอยู่บนเตียงด้วยกัน อาจบอกไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

    ลมหายใจกระชั้นถี่
          ลมหายใจตามปกติของมนุษย์นั้นจะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ และราบเรียบทั้งหายใจเข้าและหายใจออก เมื่อผู้หญิงเกิดอารมณ์เร่าร้อน ลมหายใจเข้าจะ พรวดพราดรวดเร็ว และเวลาหายใจออกอาจจะมีเสียงครวญครางเล็ดรอดออกมาด้วยเพราะลมหายใจนั้นถูก ผลักดันออกไปกระทบเส้นเสียงอย่าง รวดเร็วรุนแรง หัวใจเต้นรัวกระชั้นถี่ยิ่งขึ้นเมื่อผู้หญิงร่ำๆจะถึงจุดสุดยอด ซึ่งหมายความว่ากล้ามเนื้อและอวัยวะภายในทั้งหมดต้องการอ๊อกซิเจนเพิ่ม ขึ้น ถ้าได้ยินจังหวะการหายใจเปลี่ยนไปละก็…นั่นละใช่เลย ยิ่งถ้าเสียงหัวใจเต้นตุบตับรัวออกมานอกอก…ยิ่งดีใหญ่ นี่คือภาษากายของผู้หญิงที่ส่อ อารมณ์เซ็กส์และเป็นสัญญาณบอกว่าเธอ ถูกกระตุ้นเร้า แต่ถ้าหายใจเป็นปกติตอนถึงจุดสุดยอดละก็ แสดงว่าแกล้งทำแล้วละ

    ลีลาขยับเขยื้อนเรือนร่าง
           อาการ จิกนิ้วหัวแม่เท้าและบิดกายไปมาส่อถึงความเพลิดเพลินเต็มที่ ส่วนอาการร้องครวญครางและเสียดสีเนื้อตัวกับฝ่ายชายหมายความว่าผู้หญิง อารมณ์ร้อนได้ที่แล้ว แต่ถ้านอนนิ่งเป็นปลาตายไม่กระดุกกระดิกแล้วละก็ แสดงว่าเธอมิได้รู้สึกรู้สาอันใด ขอแนะนำให้ลองเปลี่ยนท่า หรือถอนเจ้า หนูออกมา จากนั้นเปลี่ยนมากระตุ้นเร้าอารมณ์ด้วยปากหรือมือ คอยสังเกตปฏิกิริยาของเธอให้ดี แล้วค่อยเริ่มพัฒนาจากอาการตอบสนองนั้น

    จังหวะสะโพก
          เมื่อถึงคราวสอดใส่ หากฝ่ายหญิงขยับตัวตามจังหวะได้ดีแสดงว่ามาถูกทางแล้ว เซ็กส์ที่ดีอยู่ที่จังหวะซึ่งสอดคล้องและร่างกายที่ถูกธรรมชาติออก แบบมาให้ ถึงจุดสุดยอดได้ คอยจับตาดูท่วงท่าการขยับเขยื้อนและจังหวะให้ดี การทำซ้ำๆในมุมที่ถูกองศาจะค่อยๆสร้างความรู้สึกซาบซ่านจนเข้ม ข้นกลายเป็น จุดสุดยอดได้ ปัญหาคือการหาจุด มุมหรือองศาที่ถูกต้องนี่ละ…ไม่ใช่เรื่องง่ายเอาซะเลย เพราะมันมีมากมายหลากหลายแตกต่างกัน ไปในแต่ละคน คอยสังเกตอากัปกิริยาให้ดี ถ้าไม่ถูกต้องพอเหมาะพอเจาะละก็ ควรรีบเปลี่ยนท่าเสียใหม่ อย่าเสียเวลาทำซ้ำๆอย่างเดิม เดี๋ยวจะ หมดแรงเสียก่อนค่ะ

    สองแขนยื่นเหยียด
           ถ้าเธอกอดอกหรือหนีบแขนไว้กับตัวแสดงว่าวิญญาณความกำหนัดยังไม่บังเกิด หากแขนโอบรอบตัวผู้ชาย หรือลูบหลังลูบไหล่ หรือยื่นออกไปไขว่ คว้าหาที่เกาะเพราะอยู่ในท่าคาวเกิร์ลควบขี่ละก็ ส่อถึงสัญญาณว่าอารมณ์ระอุคุกรุ่นขึ้นมาแล้ว แต่ถ้ายังมัวเอามือกอดตัวเองเพื่อปกปิดร่างกายชะก็ แสดงว่ามัวแต่กังวลอายหุ่นตัวเอง แน่นอนว่าอารมณ์รักยังไม่ร้อนองศาเพียงพอที่จะลืมความกังวลนั้น ยิ่งถ้าฝ่ายหญิงกางแขนยื่นเหยียดคว้าขยุ้ม ขอบเตียงหรือผ้าปูที่นอนละก็ …ได้เรื่องแล้วค่ะ เซ็กส์ครั้งนี้ต้องมันหยดแน่นอน

    การขยับกล้ามเนื้อน้องหนู
          ข้อนี้คุณผู้ชายรู้ดี เพราะเจ้าหนูย่อมรู้สึกถึงผนังช่องคลอดที่ห่อหุ้มอยู่ ไม่ว่าน้องหนูจะขยับดุกดิกบีบรัดอย่างไรผู้ชายย่อมตื่นเต้นตามไปด้วย ผนัง ช่องคลอดเป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงเหลือเชื่อ ผู้ชายจะรู้สึกได้ถึงแรงตอดทั้งบีบรัดและคลายตัวสลับกันไประหว่างกำลังเข้า ด้ายเข้าเข็ม สำหรับ ผู้ชายบางคนยิ่งถูกบีบรัดตุบๆก็ยิ่งถึงจุดสุดยอดเร็วขึ้น ถ้าระหว่างกำลังเวิร์คกันอยู่น้องหนูนิ่งๆไม่มีอาการบีบเกร็งใดๆก็อย่าเพิ่ง ใจเสีย เพราะเมื่อ ฝ่ายหญิงเข้าใกล้ฝั่งฝันเมื่อไรละก็ น้องหนูจะมีอาการให้รู้ทันที คอยสังเกตให้ดีก็แล้วกันค่ะ


          ทั้งนี้และทั้งนั้นการคอยสังเกตภาษากายอย่างเดียวก็อาจผิดพลาดได้ ทางที่ดีควรพูดคุยซักถามถึงความต้องการของกันและกัน เพื่อให้เซ็กส์สดใส เร้าใจยิ่งขึ้นนะคะ

11 tool twitter



สมัยนี้คนไอทีที่ไม่รู้จัก Twitter ถือว่าตกรถไฟ(เทรนด์)อย่างมาก
สำหรับคนที่ไม่รู้จักทวิตเตอร์ ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้รู้ดี - -*

เลยขอยกข้อความที่เขียนอธิบาย ที่ผมไปแอบหยิบยกมาจาก กระปุก ได้ดังนี้



เป็น เว็บที่ให้บริการเขียนBlogที่ เมื่อเราสมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ก็จะมีBlogไว้เขียนบอกสถานะของตนเองให้กับคนอื่นได้ทราบ โดยBlogของ Twitterจะแตกต่างจากBlogทั่วๆไปก็ตรงที่เราสามารถโพสต์ข้อความได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษรและสามารถที่จะส่งข้อความสั้นๆไปยังโทรศัพท์มือถือได้โดยที่ไม่ จำเป็นต้องเปิดอินเทอร์เน็ตเข้าอ่านเหมือนBlogทั่วไป ซึ่งก็คือข้อความสั้นๆ ที่จะบอกกับใครต่อใครว่า “ตอนนี้คุณทำอะไรอยู่” ศัพท์เทคนิคเค้าเรียกBlogแบบนี้ว่า Microblog (ไมโครบล็อค) ข้อดีของMicroblogก็คือ สั้น ง่าย และรวดเร็ว นั่นเองครับ

แน่นอนว่าตอนนี้ทวิตเตอร์กำลังเป็นที่นิยมมากบางคนเรียกว่า tweet กันชนิดทั้งวันทั้งคืน
เพราะการ tweet ก็ทำได้สะดวกหลากหลายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น Smart Phone หรือ PPC

เนื่องจาทวิตเตอร์เป็นที่นิยมชมชอบไปทั่วโลกขนาดนี้ จึงมีหลายๆเว็บได้เปิดบริการ
ที่เรียกว่าเป็นเครื่องมือเกี่ยวกับ ทวิตเตอร์อย่างนับไม่ถ้วน ผ่าน Twiiter API

ผมเลยจะมาแนะนำเว็บที่จะช่วยให้คุณใช้ทวิตเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
และทรงประสิทธิภาพอย่างสูงสุด


1.Gtwit



เป็น Twitter client คล้ายกับของหน้าเว็น m.twitter.com
แต่ข้อดีของ Gtwit คือ เราไม่ต้องคอยกด Refresh เพื่อดูข้อความใหม่
เพราะระบบมันจะดึงข้อมูลเองอัตโนมัติ

2.Twuffer



twuffer นี้เป็นบริการสำหรับตั้งเวลา tweet ล่วงหน้า มีประโยชน์มากๆครับ ต้องลอง !!

3.Twitterfeed



โพส feed ลงทวิตเตอร์แบบอัติโนมัติ  เหมาะสำหรับเจ้าของเว็บไซต์หรือเจ้าของบล็อก
ที่ต้องการอัพเดทเรื่องใหม่ๆลงทวิตเตอร์อัตโนมัติ !!

4.Tweetsig



5.Twittercard



ลักษณะบริการคล้ายๆกับ Tweetsig  ครับแต่จะเป็นแบบจาวาสคริป
เหมาะสำหรับนำมาติดบล็อกส่วนตัวเพื่ออัพเดทให้ผู้ชมเห็นครับ

6.Twittervision



มาดูกันว่า ตอนนี้ทั่วโลกมีใคร tweet ว่าอะไรกันบ้าง
โดยทำการเชื่อมต่อกับระบบของ google map

7.feelza.net



คล้ายกับของ Twittervision เลยครับแต่พิเศษก็คือเจ้าของเป็นคนไทยครับ

8.Friendorfollow

เอาไว้เช็คว่าเรา Follow ใครแล้วใครไม่ Follow เรา
หรืใคร Follow เรา แต่เราไม่ Follow เขา

9.Tweet2tweet

เป็นตัวช่วยให้เราดูว่าเราคุยโต้ตอบกับใครว่าอะไร ตามที่เราต้องการ
เพียงใส่ชื่อ user ของ 2 ฝ่ายที่ต้องการดู

10.Tweetstats



ดีมากๆเลยครับ เป็นบริการเรียกดูสถิติต่างๆใน twitter ของเรา
บอกละเอียดดีครับ พร้อมนำเสนอในรูปแบบกราฟ

11.Twitterpatterns

แหล่งรวม BG สำหรับตกแต่งทวิตเตอร์สวยงามทั้งนั้นครับ

Credit : hxxp://www.9tana.com

ปล. อ่านกันเสร็จก็แห่กันมาเล่นเยอะๆ นะครับ ผมรออยู่ ตอนนี้เข้าไปเหมือนแกะดำ ไม่รู้จักใครเลย

ลิงค์หัวข้อ: http://damkwan.com/topic/49704

การเล่น Facebook

ไปเจอมาเลยเอามาแบ่งปันเพื่อนๆกันค่ะ บทความจากนิตยสาร Computer Today


u]การสมัคร[/u]

ใน หน้าแรกนี้เองจะมีช่องให้คุณลงทะเบียนตามรูปข้างล่างนี้ก็ให้คุณกรอก ข้อมูลของคุณลงไป ได้แก่ชื่อ (ขอแนะนำให้ใช้ชื่อนามสกุลจริงหรือชื่อเล่นที่คนรู้จักนะครับ เพราะจะมีผลในการที่เพื่อนจะหาคุณเจอได้) อีเมล์ที่ติดต่อได้ของคุณ และตั้งรหัสผ่านสำหรับเข้าใช้งาน ระบุเพศ สุดท้่ายก็ระบุวันเดือนปีเกิด เสร็จแล้วก็คลิกลงทะเบียนเลยครับ

1. เริ่มแรกให้เข้าไปที่ www.facebook.com ( ถ้าคุณไม่ถนัดภาษาอังกฤษ ให้ดูในด้านล่างซ้ายมือจะ มีปุ่มให้เปลี่ยนเป็นภาษาไทยอยู่ ) จากนั้นจะมีช่องให้สำหรับกรอกข้อมูลการสมัครเบื้องต้น
ชื่อ (Full Name : ขอแนะนำให้ใช้ชื่อนามสกุลจริงหรือชื่อเล่นที่คนรู้จักนะครับ เพราะจะมีผลในการที่เพื่อนจะหาคุณเจอได้ ) ,อีเมล์ (E - mail : ใช้สำหรับยืนยันในการเปิดใช้บริการครั้งแรก) ,เพศ ,วันเดือนปีเกิด ,รวมไปถึงรหัสผ่าน (Password) ตามลำดับ จากนั้นกดปุ่ม ลงทะเบียน (Sign up)


2. เมื่อกดปุ่มแล้วมีหน้าจอสำหรับใส่โค้ด ให้พิมพ์เหมือนกับในช่องที่มีตัวอักษร เมื่อใส่เสร็จแล้วให้กดปุ่ม Sign up


3. จากนั้นระบบจะแจ้งว่า ให้ไปเช็คอีเมล์ที่เราได้ลงทะเบียนเอาไว้ โดยกดปุ่ม Go to hotmail now (หากให้อีเมล์ของฮอตเมล์ แต่ถ้าใช้อีเมล์อื่น ก็ไปเช็คอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้)
*สำหรับคนที่ใช้ hotmail ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาไม่ได้รับเมล์ ให้ลองดูในแฟ้ม junk mail

4. เมื่อเปิดอีเมล์ที่ทาง Facebook ส่งมาให้แล้ว ให้คลิกที่ลิงก์ที่อยู่ในอีเมล์นั้น เพื่อยืนยันสถานะการลงทะเบียนของเรา

5. หลังจากที่เราคลิกลิงก์ในอีเมล์แล้ว จะมาที่หน้าจอสำหรับค้นหาเพื่อนเราจากอีเมล์ ซึ่งหากเราใช้อีเมล์ของฮอตเมล์สมัคร เราสามารถค้นหาว่าเพื่อนของเราคนไหนที่เล่น Facebook บ้าง แต่หากใช้อีเมล์อื่นก็ให้คลิกที่คำว่า Find people you Instant Message หรือหากใครอยากข้ามขั้นตอนก็ให้คลิกที่คำว่า Skip step ที่อยู่ทางด้านมุมขวาล่าง

6. ส่วนขั้นตอนถัดมาเป็นขั้นตอนสำหรับใส่ประวัติการศึกษา โดยเราสามารถเลือกชื่อมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนมัธยมได้ เพราะเมื่อใช้ชื่อสถานศึกษาแล้วเลือกปีที่จบการศึกษาแล้ว ระบบจะค้นหารายชื่อเพื่อนๆ ให้โดยอัตโนมัติ

7. ขั้นตอนสุดท้ายให้เราเลือกประเทศ เมือง หรือจังหวัด เพื่อระบบจะช่วยค้นหารายชื่อคนที่เล่น Facebook ในประเทศนั้นให้

8. เมื่อทำตามขั้นตอนทั้ง 3 เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงหน้าแรกของ Facebook เรา ซึ่งในตอนแรกยังคงเป็นหน้าว่างๆ


   การใส่รูป

สำหรับ การใส่รูปใน Facebook นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย จากหน้าจอแรกในข้างต้นให้คลิกที่ Profile จากนั้น ให้คลิกคำว่า Add photos ซึ่งเราสามารถสร้างอัลบั้มต่างๆ เองได้ รวมไปถึงกำหนดได้ว่า จะให้ใครมีสิทธิ์มาดูอัลบั้มรูปของเราได้ และที่สำคัญหากคอมพิวเตอร์เรามีกล้องเว็บแคมก็สามารถถ่ายรูป แล้วอัพโหลดขึ้น Facebook ได้ทันที โดยให้คลิกที่คำว่า Take a Photo

แต่ สำหรับใครที่มีรูปอยู่แล้วในคอมพิวเตอร์ ก็ให้คลิกที่คำว่า Post a photo ดังรูป แล้วกดปุ่ม Browse เพื่อเลือกรูปที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของเรา สุดท้ายให้กดปุ่ม Post เป็นอันเสร็จเรียบร้อยในการใส่รูปเข้าสู่ Facebook ของเรา


   เปลี่ยนรูป Profile Picture

Hi5 มีรูปโปรไฟล์ Facebook ก็มีเช่นกัน ซึ่งวิธีการก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เริ่มแรกให้เข้าไปที่หน้าแรกของเราซะก่อน จากนั้นใต้รูปจะมีคำว่า Upload Profile Picture และ Take a webcam picture หากเราต้องการรูปที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราก็ให้คลิกที่คำว่า Upload Profile Picture จากนั้นให้กดปุ่ม Brose เพื่อเลือกรูปเท่ๆ ของเราเป็นรูปโปรไฟล์ เท่านี้ก็เรียบร้อย

แต่หากใครต้องการรูปจ๊าบๆ แบบไม่เหมือนใครและมีกล้องเว็บแคมติดอยู่กับคอมพ์ ก็ให้คลิกที่คำว่า Take a webcam picture ระบบก็จะมีหน้าจอสำหรับถ่ายภาพสดๆ จากเว็บแคมให้ทันที เมื่อกดถ่ายรูปแล้ว ก็จะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ทันที


   อัพโหลดวีดีโอสุดประทับใจ

ขาด ไม่ได้สำหรับการโพสไฟล์วีดีโอเพื่อแชร์ให้กับเพื่อนได้ดูกัน สำหรับการโพสต์ไฟล์วีดีโอใน Facebook ก็ไม่ใช่เรื่องยาก จากวิธีการใส่รูปนั้น ใกล้ๆ คำว่า Add a photo จะเห็นคำว่า Add Video ดังรูป ให้คลิกได้ทันที เมื่อแล้วแล้วจะมีหัวข้อให้เลือกวีดีโอที่จะโพสต์ขึ้นไป โดยมี 2 แบบให้เลือกคือ

* Record Video จะใช้เว็บแคมสำหรับบันทึกเป็นไฟล์วีดีโอ แล้วโหลดขึ้นบนเว็บทันที

* Upload Video เป็นการโหลดไฟล์วีดีโอจากคอมพ์ของเรานั่นเอง

หาก เลือก Upload Video จะมีปุ่ม Browse ให้กด แล้วเลือกไฟล์วีดีโอจากคอมพ์ของเรา แล้วกดปุ่ม Post เพียงเท่านี้ไฟล์วีดีโอของเราก็จะถูกโชว์บน Facebook เรียบร้อย


   เขียนบันทึกความทรงจำและประทับใจให้เพื่อนๆ ได้อ่าน

จุด ประสงค์หลักของเว็บ Facebook ก็เหมือนเป็นเว็บไดอารี่ออนไลน์ที่เราสามารถเขียนเรื่องราวความทรงจำ ความประทับใจให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน สำหรับวิธีการเขียนบันทึกก็ไม่ยาก ใกล้ๆ คำว่า Add Video จะเห็นคำว่า Write Note ให้คลิกที่คำนี้ได้เลย จากนั้นจะมีช่องสำหรับใส่ชือเรื่อง (Title) และ Body (เนื้อหา) เมื่อเขียนเสร็จเรียบร้อยให้กดปุ่ม Post




   รวมลิ้งค์ต่างๆใน facebook[/b]

Facebook Help : คู่มือการใช้งาน
http://www.facebook.com/help

Facebook Mobile : หน้าเว็บสำหรับมือถือ แต่เอามาดูบนคอมพ์ก็ได้เวลาเน็ตช้ามากๆ
http://m.facebook.com & http://touch.facebook.com (สำหรับมือถือแบบจอสัมผัส)

ตั้ง username สำหรับส่วนตัวและเพจ : อยากตั้ง username ก็แค่พิมพ์ url นี้เอง
http://www.facebook.com/username

แบบฟอร์มขอเปลี่ยนชื่อกรณีที่ชื่อโดนล็อค : ชื่อโดนล็อค เปลี่ยนไม่ได้ ร้องเรียนที่นี่ครับ
http://www.facebook.com/help/contact.php?show_form=name_change&ref=share

สร้าง fan page หรือ group :
http://www.facebook.com/page

เชื่อมโยง fan page กับ Twitter :
http://www.facebook.com/twitter

สร้าง badge, widgets สำหรับแปะในบล็อกหรือเว็บไซท์ :
http://www.facebook.com/widget

Plugins ต่างๆ สำหรับเจ้าของเว็บไซท์ : เช่นปุ่ม like หรือ like box, activity box
http://developers.facebook.com/plugins

สร้างโฆษณาบน facebook :
http://www.facebook.com/advertising

Applications Directory : โปรแกรมมากมายอยู่นี่หมดครับ
http://www.facebook.com/apps

ข้อมูลและคู่มือการทำ facebook page : เป็น fan page ของ facebook page เอง อันนี้มีประโยชน์มากครับ แนะนำให้เข้าไปดู
http://www.facebook.com/FacebookPages (ดูใน tab resources)

ดูสถิติ fan page ที่เรามีอยู่ :
http://www.facebook.com/insights

CREDIT BY : http://www.facebookgoo.com/

ลิงค์หัวข้อ: http://damkwan.com/topic/49706
http://sport.sanook.com/gallery/gallery/1060057/241645/

โบสถ์แห่งการคืนชีพ

โบสถ์แห่งการคืนชีพ

หลาย คนสับสนระหว่างโบสถ์หยดเลือดกับวิหารเซนต์ บาเซิล ว่าอันไหนเป็นอันไหน วิหารเซนต์ บาเซิลของพระเจ้าอีวานขาโหดนั้นประจำอยู่กรุงมอสโก
โบสถ์แห่งการคืนชีพ
แต่โบสถ์หยดเลือดที่เซอต์ ปีเตอร์เบิร์กนั้นเป็นของที่ระลึกถึงพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ย้อนกลับดูเรื่องราวที่น่าฉงนก่อนที่โบสถ์หยดเลือดจะเสร็จสมบูรณ์ ว่ากันว่าก่อนที่จะมีโบสถ์อันงดงามอยู่ข้างคลอง Griboyedov นั้น พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ทรงไม่เชื่อคำทำนายของโหรที่ทักว่าไม่ให้จัดพิธีอภิเษกสมรสใน 3 ปีนี้ ภายหลังจากที่พระมเหสีของพระองค์เพิ่งสิ้นพระชนม์ไป แต่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดรอ์ที่ 2 กลับดื้อดึงจะแต่งท่าเดียวก็ได้แต่งสมใจในช้วงต้นปี 1881 ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานพระองค์ก็ทรงถูกลอบปรงพระชนม์ในเดือนมีนาปีเดียวกัน กลายเป็นที่มของโบสถ์หยดเลือดแห่งนี้
โบสถ์แห่งการคืนชีพ
เรื่อง ราวก็ปลงพระชนม์คงต่อเนื่องจากหลายเรื่องทั้ง เช่นการที่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์พาประเทศเข้าร่วมสงครามไครเมียและพ่าย แพ้กลับมา หรือจะเป็นการคิดที่จะปลดปล่อยคนชั้นทาส ชาวนาและกรรมกรให้เป็นอิสระ มันทำให้เกิดความไม่พอใจต่อเจ้าขุนมูลนายทั้งหลาย แถมยังมีกลุ่มชนที่ออกมาต่อต้านอ้างตนว่ารักชาติต่อต้านการปฏิรูปในหลายๆ ด้านของพระองค์ เรียกได้ว่าทำอะไรก็ไม่พอใจใครสักกลุ่ม จึงทำให้ถูกลอบปลงพระชนม์นั้นครั้งไม่ถ้วน แต่ก็รอดจนมาถือแผนการณ์สุดท้าย ขณะเสด็จกลับจากการเยี่ยมกองทหารพระองค์ถูกกลุ่มกบฏขว้างปาระเบิดใส่รถม้า ที่นั่งบริเวณที่ตั้งของโบสถ์นี้ พระองค์ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสด็จสวรรคตไปในที่สุด
โบสถ์แห่งการคืนชีพ
จึง ทำให้เกิดโบสถ์แห่งการคืนชีพแห่งนี้ขึ้น จากเงินบริจาคของประชาชนทั่วประเทศรัสเซีย เริ่มต้นก่อสร้างเมื่อศตวรรษที่ 17 ใช้เวลาก่อนสร้างยาวนานว่า 20 ปี เป็นงานศิลปะแบบรัสเซียดั้งเดิม ประดับประดาด้วยโมเสจพร้อมกับรูปภาพโมเสจขนาดใหญ่ยักษ์เป็นจุดขายของที่นี่ อาจจะมีบางทรงหลุดเสียไปตามกาลเวลาเพราะในช่วงนี้โบสถ์หยดเลือดแห่งนี้ ถูกกลุ่มคนสถาปนาให้ความงดงามของมันเป็นเพียงโรงเก็บมันฝรั่งประจำเมืองใน ยุคมืดโซเวียต ก่อนจะมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในช่วง 1990 และรัฐบาลก็เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อปี 1997 ให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉมอันงดงามนี้ได้อย่างเต็มตา
โบสถ์แห่งการคืนชีพ

อภิมหาวิหาร เซนต์ไอแซค

อภิมหาวิหาร เซนต์ไอแซค

อย่างที่บอกเป็นเซนต์ปีเตอร์เบิร์กเป็นนครที่ใครหลายคนเคยมาแล้วต้องตกหลุมรัก
อภิมหาวิหาร เซนต์ไอแซค
หากพูดถึงเมืองแห่งนี้คงอดพูดไม่ได้กับอภิมหาสถาปัตยกรรมระดับโลก "มหาวิหารเซนต์ไอแซค" มหาวิหารแห่งนี้เปรียบเสมือนป้ายบอกทางว่านี้ละ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองรับคนที่จะเข้ามาได้ร่วม 10000 คนทีเดียว
อภิมหาวิหาร เซนต์ไอแซค
วิหาร เซนต์ไอแซคถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1710 ตามเจตจำนงของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช โดยใช้หินแกรนิตชิ้นเดียวขนานกว่า 118 ตัน จำนวน 48 ชิ้นเพื่อนำมันมาเป็นฐานรองรับโดมที่ใหญ่ติดระดับโลกอีกชิ้นหนัก 67 ตัน บนพื้นที่กว่า 4000 ตารางเมตร ย ลำพังระยะเวลาการทำผนังและวางรากฐานนั้นต้องใช้เวลาอย่างต่ำถึง 5 ปี ด้วยเสาเข็มกว่า 50000 ต้น เมื่อวัดระยะความสูงจากฐานถึงโดมจะมีขนาดความสูงกว่า 100 เมตร โดยหินที่ใช้ในการก่อสร้างถูกส่งมาจากน่านน้ำฝั่งฟินแลนด์ มันยากลำบากมากกว่าจะเข้ามาถึงพื้นที่ด้วยน้ำหนักของมันเกินกำลัง เมื่อมาถึงคนงานก็จัดการใช้เชือกมัดแท่งหินเสาให้ตั้งขึ้น เสาต้นหนึ่งใช้เวลาดึงขึ้นถึง 45 นาที เมื่อคำนวณเวลาของแรงงานคนนับเสาต้นใหญ่ได้ 48 ต้นรวมต้นเล็กอีก 112 ต้นจึงไม่น่าแปลกใจซักเท่าไหร่ที่ระยะเวลาการสร้างมันถึงได้นานเพียงนี้ ความวิจิตรของที่นี้คือยอดโดมที่ทำเป็นรูปโงครึ่งวงกลมซ้อนกันใต้โครงเหล็ก พิเศษ ที่บรรเลงงานฉาบทองบนปลายยอดของโดม มีการใช้ปรอทผสมทองคำหลอมเทราดลงไปอีกชั้นมันทำให้โลหะที่ฉาบอยู่คงทนและคง กระพันมาจนถึงวันนี้ ซึ่งกรรมวิธีนี้คร่าชีวิตคนแรงงานไปจำนวนมากตลอดระยะเวลาก่อนก่อสร้าง เนื่องจากการระเหยสารพิษของเจ้าปรอท
อภิมหาวิหาร เซนต์ไอแซค
ส่วน งานภายในเริ่มจากประตูทางเข้าหน้าวิหาร ทำจากไม้โอ๊กและสัมฤทธิ์มีน้ำหนักถึง 6 ตัน ด่านในจะประกอบไปด้วยรูปหล่อของเหล่าบรรดานักบุญชื่อดังอยู่ที่ผนังห้องดิน กว่าหนึ่งล้านใบ เพื่อทำให้เกิดเสียงดังกังวาน มีการใช้หินอ่อนหลากสีและการละเลงสีน้ำลงไปเป็นงานตกแต่งภายในแต่มันก็ลบ เลือนตามกาลเวลา
อภิมหาวิหาร เซนต์ไอแซค
ที่ จะเห็นชัดที่สุดคงเป็นงานแกะสลักมากกว่า และภายหลังมีการเปลี่ยนมาเป็นประดับประดาด้วยโมเสกแทน เช่น มาคาไคล ลาปิสลาสุลีสีเขียวโดดเด่นและหินอ่อนคุณภาพดีหลากสีตามด้วยเครื่องตกแต่งที่ ทำด้วยสำริดเครือบทองคำเปลวมูลค่าสูงและหายากมากๆอยู่ในวิหารด้วย ยังมีงานของศิลปินอยู่ในนั้นอีกมากทั้งภาพปูนเปียก รูปปูนปั้นแกะสลักถูกใช้แต่งโบสถ์ แต่ที่เด่นที่สุงคงเป็นภาพของแม่มาดอนน่าของช่างเอก งานทั้งหมดภายนอกและภายในเพื่อความอลังการด้วยช่างฝีมือดีทั่วรัสเซียกว่า 200 คน วิหารแห่งนี้ถูกทำและขยายต่อทั้งหมด 3 ครั้ง กินระยะเวลาถึง 40 ปี กินเงินหลวงไปจำนวนมหาศาลแต่ผลลัพธ์ของมันวิจิตรเกินกว่าใครจะทำได้อีกครั้ง วิหารแห่งนี้ใหญ่พอที่จะรับคนร่วม 10000
อภิมหาวิหาร เซนต์ไอแซค
และ ใกล้พื้นที่ใกล้เคียงกันกับมหาวิหารไอแซคก็จะมีรูปปั้นที่เรียกว่า The Bronze Horseman รูปปั้นแห่งนี้เปรียบเสมือนรูปจำลองของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ได้สร้าง เมืองแห่งนี้ขึ้นมา เป็นความตั้งใจของพระนางแคทเธอรีนที่ต้องการสัญลักษณ์เพื่อระลึกถึงบุรุษใน ดวงใจของพระนาง พระนางแคทเธอรีนสั่งศิลปินชื่อดังจากเมืองน้ำหอม นามว่า เอเตียง โมริส ฟัลโคเน็ต ให้ปั้นร่างพระเต้าปีเตอร์ชี้พระหัตถ์ไปยังแม่น้ำเนวา พร้อมทอดพระเนตรไปทิศทางเดียวกันแสดงถึงปณิธานของพระองค์ที่ทรงหวังว่าเมือง แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางและมหาอำนาจใหม่ของยุโรป ส่วนงูที่อยู่ใต้เกือกม้าหมายถึงภัยร้ายที่ไม่สามารถกลั้นกลายเข้ามาในถิ่น นี้ได้

พระราชวังของสะสม

พระราชวังของสะสม

ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่เจ้าของงานสร้างชื่อว่า ฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ พระราชวังฤดูหนาวแห่งนี้ถูกตกแต่งในสไตล์บารอค


พระราชวังของสะสม
ใช้ลวดลายที่อ่อนช้อยสวยงามตัดทองแต้มแต่งด้วยโดมระย้าดูเลิศหรู ประดับด้วยปูนปั้นฝีมือบรมครูและงานแกะสลักระดับเทพ ถือเป็นสุดยอดสถาปัยอีกชิ้นที่ราสเทรลลี่รังสรรค์ได้อย่างวิจิตร
พระราชวังของสะสม
พระราชวัง ฤดูหนาวเป็นอาคารขนาดใหญ่ 3 ชั้น ประกอบไปด้วยอาคาร 5 หลัง เชื่อมต่อกัน ออกแบบโดยสถาปนิกหลายคน แต่กลับมีความงดงามที่เข้ากันได้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสีฟ้าตัดขอบประตูและหน้าต่างด้วยสีขาว หากเป็นสาวๆ คงบอกว่าน่ารักมาก เฮอร์มิเทจถูกสร้างมาเพื่อเป็นพระราชวังที่ประทับของพระนางอลิซาเบธ ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 1762 แต่โชคร้ายพระนางอลิซาเบธกลับชิงเสียไปก่อนหน้างานเร็จสิ้นทำให้ พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นที่ประทับของพระนางแคเธอรีนมหาราชินีแทน อีกสองปีต่อมาจากพระราชวังที่เลื่องชื่อเริ่มกลายเป็นที่เก็บของหายาก เมื่อพระนางทรงเก็บรวมรวบงานศิลปวัตถุต่างๆ จากหลายๆ ที่เข้ามาภายในราชวัง พระนางต้องการสะสมจึงได้สั่งให้ช่างทำห้องสะสมเล็กๆ ไว้เก็บข้าวของมีค่า จากเล็กๆ กลายไปเรื่องใหญ่ของสะสมยิ่งเก็บก็ยิ่งเยอะขึ้น สิ่งของเหล่านั้นถูกขยับขยายออกไปในห้องต่างๆ ในพระราชวัง
พระราชวังของสะสม
ใน ห้องโถงใหญ่กลายเป็นที่เก็บเครื่องศาสตราวุธทั้งหลาย มีภาพเหมือนของสงคราม ทหารหาญที่รบได้ชัยชนะ ซึ่งใช้เวลาวาดยาวนานถึง 10 ปีและหากท่านทหารท่านใดเสียชีวิตในระหว่างการสู้รบก็จะมีกรอบรูปว่างเว้นไว้ จารึกเพียงแต่ชื่อ และอีกโถงหนึ่งที่ใหญ่พอกัน คือโถงของเซนต์จอร์จ เป็นชื่อของนักบุญท่านหนึ่งที่อุปถัมภ์ประจำประเทศรัสเซียประดับลายเพดานและ ลายพื้นเป็นลายเดียวกัน เอาไว้ใช้รับแขกผู้มาเยือนมีไว้สำหรับงานจัดเลี้ยงต่างๆ และยังเป็นห้องที่ไม่สามารถนินทากันได้อีกด้วย เพราะการวางผังห้องของที่นี่นั้นทำให้ฟังคนคุยกันเสียงได้ชัดเจน
พระราชวังของสะสม
จาก ส่วนของห้องโถงก็จะมีส่วนที่สามารถเดินเชื่อมต่อกันได้จาก สมอลล์ เฮอร์มิเทจไปยัง โอล์ด เฮอร์มิเทจ ด้วยพื้นไม้ปาร์เกร์วาดลาย และมีแจกันมาลาไคต์ใบใหญ่ตั้งอยู่ อีกห้องเป็นห้องโชว์งานสถาปัยต์ในยุคเรอนองซองส์ ตู้โชว์ภาพวาดเก่าแก่จากอิตาลี กระดองเต่าแกะลายเป็นบานประตู ข้างในพระราชวังแห่งนี้ยังมีโรงละคนส่วนพระองค์ที่มีระเบียงโคลนนิ่งลายจาก นครวาติกัน
พระราชวังของสะสม
แต่ ปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งสมบัติที่ล้ำค่ามากที่สุดในโลกมากกว่า 2.7 ล้านชิ้น ร่วมถึงผลงานของศิลปินที่โด่งดังสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น Leonardo Da Vinci, Picasso, Raphael, Rubens, Rembrandt, Botticelli, Michelangelo, Velazquez, Goya และงานที่คนไทยรู้จักกับดีก้านข้าวโพดทองคำประดับด้วยเพชรปักในถ้วยน้ำเจียร จากก้อนหินคริสตัน หรือมงกุฎขนาดเล็กของซาร์ทาด้วยทองคำ เงิน เพชร ทับทิม ไพลิน ทั้งหมดถูกรวมไว้ที่แห่งนี้หมดแล้ว