วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2554

ดรุณี 1

ชีวิตรักของดิฉันเป็นชีวิตที่หฤหรรษ์เร้าใจตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น มันเป็นความสนุกสนานที่เริ่มต้นจากเพื่อนสนิทสองคนที่ร่ำเรียนหนังสือมาด้วย กัน




ยัยตู่กับยัยต้อมที่เป็นสาวคึกคะนองตั้งแต่เรียน เป็นคนชักชวนให้ดิฉันเปิดใจกว้าง เปิดความรู้สึกภายในที่แท้จริงออกมา

หลายปีแล้วที่ดิฉันไม่ได้เจอพวกเธอทั้งคู่ เพราะย้ายไปมีครอบครัวต่างจังหวัด ดิฉันมานึกถึงพวกเธอก็เพราะพวกเธอส่งข่าวมาว่าอยากชวนดิฉันไปเยี่ยมเธอกัน

พวกเธอมีความสุขดีที่กรุงเทพฯ อยากให้ดิฉันที่เป็นเพื่อนสนิทมา เพราะมีเรื่องอยากเล่าอยากคุย ดิฉันยังไม่ตอบตกลงยัยตู่กับยัยต้อมเพราะเกรงใจแฟน จึงทิ้งเบอร์โทร.ให้เธอติดต่อราวสัปดาห์หน้า

ดิฉันนึกถึงเพื่อนสาวสองคนแล้วอดวาบหวิวในใจไม่ได้ เพราะเธอสองคนเป็นแกนนำให้ดิฉันได้ลิ้มลองรักเป็นครั้งแรก

เรื่องมันนาน 10 กว่าปีแล้ว แต่ดิฉันยังจดจำได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว มันเริ่มจากวันที่ดิฉันไปพักที่หอยัยตู่เพื่อติวหนังสือกัน

ระหว่างที่เราคร่ำเคร่งกับหนังสือ ยัยตู่ต้องการคลายเครียด เธอเลยไปหยิบหนังลับที่ซ่อนไว้ในห้องมาเปิดดูกับยัยต้อม ในจังหวะที่ดิฉันกำลังเข้าห้องน้ำ

พวกเธอทั้งคู่จ้องมองหนังวิดีโออย่างตั้งใจ จนดิฉันแอบเข้ามาเห็นแล้วเผลอตัวร้องลั่น ทั้งคู่ตกใจรีบมาปิดปากดิฉันเพราะกลัวข้างห้องจะได้ยิน

พวกเธอบังคับให้ดิฉันฝืนดู ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นมันฝืนความรู้สึกเป็นอย่างมาก ยัยตู่บอกว่า เราก็ควรจะรู้เรื่องแบบนี้เหมือนกันเพราะเราโตแล้ว ดิฉันจึงดูหนังกับพวกเธอด้วยความวาบหวิวในใจ 

หลังวันนั้นการชมหนังลับมันกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเราสามคน ยามที่เครียดจากเรื่องแวดล้อมต่างๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ยัยตู่กับยัยต้อยก็ทำให้ดิฉันตกใจเมื่อพวกเธอดูหนังไปก็คล้อยอารมณ์ตาม ปลดเปลื้องเสื้อผ้าจนเหลือชั้นใน 2 ชิ้น แถมยังลูบไล้ใส่กันไปมา

ดิฉันนั่งดูจนเพลิน พวกเธอก็ชวนดิฉันถอดผ้าเหลือเหมือนพวกเธอ แค่บิกินีและชั้นในบางๆ

ยัยตู่นึกยังไงไม่รู้ เธอเอื้อมมือมาขย้ำปทุมถันของดิฉันระหว่างที่เรากำลังเพลิดเพลิน เวลานั้นมันเป็นช่วงของอารมณ์พาไปจริงๆ เราทั้งสามคนเลยนึกสนุกสุดขีด ผลัดกันสะกิดต่อมประสาทสำคัญในร่าง จนในที่สุดร่างกายของพวกเราก็เปลือยเปล่าสามคนในห้อง

ความต้องการของดิฉันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อยัยต้อมเอาปลายนิ้วเข้ามาที่หว่างขาของดิฉัน เธอค่อยๆ สอดมันเข้าไปข้างใน จากนั้นยัยต้อมก็เริ่มชักเข้าชักออกเหมือนช่างไม้ที่ใช้ไขควงควานเนื้อไม้ ภายใน ดิฉันรู้สึกสบายและเคลิบเคลิ้มอย่างหนัก ขณะที่กำลังหลับตามพริ้มให้เพื่อนช่วยอยู่นั่นเอง ยัยตู่ก็มาสมทบ เธอเอาปากเข้ามาประกบเข้าพร้อมใช้ชิวหาออกมาโจมตีจุดสำคัญที่อยู่ใกล้ปลาย นิ้วของยัยต้อม

เท่านั้นเองดิฉันถึงกับสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นมามองเพื่อน ยัยตู่เร่งปลายชิวหาอย่างรวดเร็วจนดิฉันทนไม่ไหว จะเอามือมาผลักหน้าเธอออก จึงก็ถูกยัยต้อมจับมือไว้แน่น

พวกเธอไม่ยอมให้ดิฉันขวางการกระทำครั้งนี้ ทั้งคู่ช่วยกันล็อกช่วยกันเร่งโจมตีจุดซ่อนเร้นของดิฉัน จนในที่สุดดิฉันก็เกิดอาการสั่นกระตุกอย่างแรง ถึงเส้นชัยด้วยฝีมือคนอื่นเป็นครั้งแรกในชีวิต

หลังที่ทั้งคู่เห็นว่าดิฉันเสียท่าไปแล้ว พวกเธอก็หันมาต่อสู้กันเองกอดรัดฟัดเหวี่ยง ก่อนกลับหัวกลับหางเหมือนเลข 69 ยัยตู่ที่ทับอยู่ข้างบนเสียเปรียบยัยต้อม เธอถูกเพื่อนโจมตีได้ตรงเป้ามากกว่า เสียงร้องของยัยตู่ครวญครางอย่างน่าสงสาร แต่แล้วยัยต้อมก็เริ่มตะเบ็งเสียงแข่งเพราะเธอโดนดิฉันเข้าไปแก้แค้นคืน

เพียงไม่นานยัยต้อมกับยัยตู่ก็ถึงแดนสุขาวดีในเวลาไล่เลี่ยกัน เราสามคนหันมามองหน้าแล้วหัวเราะ เพราะไม่นึกว่าจะมาถึงจุดนี้กันได้ 

หลังวันนั้นยัยตู่ก็เริ่มหาของแปลกมาเติมเต็มความสุขให้กับเรา เธอได้ของเทียมที่เป็นอาวุธประจำกายของชายหนุ่มมาจากเพื่อน เมื่อเธอเอามาอวดดิฉันกับยัยต้อม ทันทีที่เห็นมัน กายของเราก็ร้อนผ่าวไปหมด
  

มี SEX เวลาไหนเร้าใจสุด

มีsex เวลาไหน เร้าใจสุด





เป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีอารมณ์หงุดหงิด แต่เหมาะกับผู้ที่ต้องการปลุกเซ็กซ์ให้กระปรี้กระเปร่า เพราะร่างกายของเราได้ทำการผลิตเซ็กซ์ฮอร์โมนไว้ให้ล่วงหน้า ถึง 2 ชั่วโมง หากคุณยังไม่ตื่นเต็มที่ก็ไม่เป็นไร การมีเซ็กซ์ขณะที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นก็ไม่เลว ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่ต้องรีบร้อน การสะลึมสะลืออย่างนี้ก็ให้ความสุนทรีย์ไปอีก แบบ

"อรุณ สวัสดิ์ ตื่นหรือยังเอ่ย" มองเขาตื่นหรือยังนะ รู้มั้ยว่าช่วงนี้แหละเหมาะที่ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosteron) ของเขา ผลิตมากขึ้นถึง 20% เชียวนะ รู้อย่างนี้แล้วจะ ช้าอยู่ไย

ข้อแนะนำ อย่าปลุกเร้าเขาอย่างเร่งร้อน เพราะร่างกายเขาจะยังแข็งชาอยู่ ต้องอุ่นเครื่องช้าๆ ให้ค่อยๆร้อนทีละนิดแล้วเครื่องยนต์จะกระหึ่ม พร้อมจะขับเคลื่อนไปกับคุณทุกที่

08.00 น. ในวันหยุดสุดสัปดาห์

เป็น วันที่คุณและเขาได้นอนจนเต็มอิ่ม ชดเชยกับวันทำงานที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ เวลาสายๆอย่างนี้แหละที่คุณและเขาสามารถเติมความหวานบนเตียงนอนแทนอาหารเช้า ประ เภทกาแฟหรือข้าวต้มร้อน เพราะการมีเซ็กซ์ในช่วงเวลานี้จะช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตไหลเวียนดียิ่ง กว่าดื่มกาแฟคาปุชิโนเสียอีก
ข้อแนะนำ ให้เวลากับรสรักด้วยการลูบไล้ นวดเคล้น และลองรสชาติแปลกใหม่ดูบ้าง เพราะไม่บ่อยนักที่จะได้สรรหารสรักแปลกใหม่มาเติมเต็มให้ชีวิตรักซู่ซ่า เหมือนเซ็กซ์ใน ช่วงแรกรัก


13.00 น.

คุณเพิ่งทานอาหารกลางวันไปไม่นาน ช่วงนี้ร่างกายของคุณกำลังคร่ำเคร่งกับการย่อยอาหารจึงไม่เหมาะที่จะมีเซ็กซ์ แค่กอดกันก็สุขแล้ว

15.00 น. ช่วงเวลาบ่ายๆ

โรแมนติก ไม่แพ้ช่วงเช้าหรอกนะจะบอกให้ เพราะร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟีน (Endorphine) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความสุขออกมามากเป็นพิเศษ ตอนนี้แหละที่ร่างกาย ของคุณต้องการกิจกรรมล่ะ ดังนั้น จึงเหมาะอย่างยิ่งที่คุณจะทำกิจกรรมด้วยการทดลองเซ็กซ์ใหม่ๆบ้าง เพื่อกระเตื้องชีวิตคู่ให้มีชีวิตชีวามากขึ้น


17.00 น.

จากการค้นคว้าวิจัยได้ผลว่า เวลานี้ร่างกายของผู้ชายมีการผลิตสเปิร์มออกมามากที่สุด จึงเป็นช่วงที่ผู้ชายมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็ว่าได้ ฉะนั้นหากคุณอยากมีลูก ให้สะกิดเขา ในเวลานี้แหละ อย่ารอช้า

21.0 น. ช่วงค่ำๆ

เวลานี้ร่างกายจะผลิต ฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข จึงเหมาะกับอารมณ์สุนทรีย์ทางเพศเป็นอย่างยิ่ง คุณควรเริ่มด้วยบรรยากาศโรแมนติกกับกลิ่นหอมๆ ฟัง ดนตรีไพเราะ และลูบไล้ยั่วยุอารมณ์เพศให้พุ่งทะยาน เป็นช่วงที่ดีที่สุดในการที่จะทำรักให้สุขสดชื่น ข้อแนะนำ อย่าตระหนี่ถี่เหนียวนัก ให้คุณงัดชุดนอนสวยเซ็กซี่มาสวมใส่และดื่มไวน์เล็กน้อยก่อนเพื่อเร้าอารมณ์ ซึ่งกันและกัน

สาวสปา

ยุคนี้เป็นยุคที่คนทำงานต้องแสวงหางานทำด้วยความยากลำบาก มีอยู่ไม่น้อยที่เลือกงานจนต้องเตะฝุ่นไปหลายปี ผิดกับดิฉันที่พยายามต่อสู้แม้จะผิดพลาดในชีวิตมาหลายครั้ง ล่าสุดก็ต้องเลิกแฟนเพราะทนไม่ได้กับพฤติกรรมถลุงเงินครอบครัวจนหมดสิ้น ดิฉันจึงต้องหนีมาใช้ชีวิตตัวคนเดียว หางานทำเป็นพนักงานสปา ในสถานเสริมความงามของพี่แจ๋ว เจ้าของกิจการที่มีภูมิลำเนาบ้านเดียวกับดิฉัน

 
พี่แจ๋วเปิดร้านสปาจนกิจการใหญ่โต เธอขยับขยายสถานที่ทำกิจการครบวงจร ลูกค้าที่มาใช้บริการล้วนแล้วแต่เป็นคนมีฐานะ ใครที่เข้ามาใช้บริการร้านพี่แจ๋ว ถ้าไม่เป็นเมมเบอร์วีไอพี อย่างน้อยต้องเสียหลายพันบาทเลยทีเดียว
 
ดิฉันเป็นพนักงานใหม่ของที่นี่ แต่ได้เรียนรู้การนวดมาหลายเดือน ก่อนที่จะได้ลงนวดรายคน ต้องมีพี่เลี้ยงเทกแคร์ ซึ่งพี่เลี้ยงเป็นเด็กอ่อนวัยกว่าดิฉันนั่นก็คือ ยัยเจน
 
ยัยเจน สาวแสบในกลุ่มพนักงานสปา เธอเป็นเด็กฉอเลาะ เอาใจลูกค้าเก่ง โดยเฉพาะลูกค้าชาย เธอมักจะได้ทิปเป็นประจำ
 
ยัยเจนมีแฟนอยู่หลายคน เลิกๆ คบๆ พวกเพื่อนมักจะเตือนเธอด้วยความหวังดีว่า สักวันถ้ารถไฟชนกันเมื่อไหร่ ชีวิตเธอจะเดือดร้อน
 
เธอเมินหน้าใส่คนที่คิดแบบนี้ เพราะถือว่า เธอดูดีและน่ารัก หลังเลิกงานเธอมักจะไปซ่าส์เที่ยวหลางคืนกลับบ้านดึกดื่น
 
เมื่อดิฉันเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ๆ ยัยเจนไม่ค่อยพอใจดิฉันสักเท่าไร เธอหลุดปากว่า พี่คิดจะแย่งลูกค้ากับฉันหรือเปล่า ดิฉันงงที่เธอถามเช่นนี้ เธอจึงบอกตามตรงว่า พนักงานสปาที่นี่เธอเป็นขวัญใจของลูกค้าหลายคน เธอเห็นดิฉันหน้าตาดี จึงกลัว
 
ดิฉันอยากผูกมิตรกับเธอมากไปกว่านี้จึงให้ความเชื่อมั่นเธอไป  ดิฉันบอกไปว่า ดิฉันอายุมากเข้าวัยเบ็ญจเพสแล้ว ต่างกับเธอที่ยังสาววัยกว่าเยอะ
 
ดิฉันพูดแค่นี้เธอจึงยอมรับและเป็นมิตรกับดิฉันอย่างแท้จริง
 
เธอเล่าให้ดิฉันฟังเรื่องภายในร้านต่างๆ จนรู้สึกว่า เธอเองก็เป็นคนจริงใจคนหนึ่ง ดิฉันจึงได้ตอบแทนเธอบางครั้งด้วยการเข้าเวรแทนบางวันที่เธอกลับบ้านดึกมาทำ งานไม่ไหว
 
วันหนึ่งยัยเจนแจ้นเข้ามาหาดิฉันที่ห้องพักพนักงานบอกว่า มีลูกค้าประจำมาอยากให้ดิฉันเตรียมตัว แต่ตามกฎของร้านต้องเรียงตามคิว ดิฉันไม่อยากให้เกิดปัญหา เธอรีบชิงบอกว่า พี่แจ๋วให้เธอเป็นคนเลือกคู่พนักงานที่เข้าไปช่วย เพราะเป็นลูกค้าวีไอพี
 
ยัยเจนพาดิฉันตามเธอเข้าไปห้องพิเศษซึ่งมีเตียงคู่  ลูกค้าสองคนที่เข้ามาใช้บริการเป็นสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง
 
ทั้งคู่เป็นคนมีฐานะ เป็นเจ้าของกิจการในวัยกลางคน แต่หน้าตาและผิวพรรณของพวกเขาดูดีมาก
 
ยัยเจนมาบอกดิฉันภายหลังว่า ลูกค้าคู่นี้อายุยังไม่ถึง 40  พวกเขามาใช้บริการบ่อยๆ เพราะต้องการรักษาผิวพรรณและความสบาย
 
หลังจากทั้งคู่อาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อย ฝ่ายหญิงเลือกให้ยัยเจนเป็นคนนวดน้ำมัน ส่วนดิฉันนวดสามีเธอ
 
ดูเหมือนยัยเจนจะหน้าเสียอย่างผิดหวัง ขณะที่ดิฉันเองกลับรู้สึกประหม่า เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ดิฉันไม่เคยนวดให้ผู้ชายมาก่อน
 
ชายหนุ่มที่เป็นลูกค้ายิ้มให้ดิฉันอย่างเป็นมิตร เขามีสรีระสมชาย กล้ามเนื้อแข็งแรง ไม่มีไขมันส่วนเกิน ยามที่ดิฉันละเลงน้ำมันบนร่างของเขายังรู้สึกหวิวๆ เกิดความรู้สึกทางเพศขึ้นมาอย่างประหลาด
 
จังหวะหนึ่งช่วงที่เขาพลิกตัว ดิฉันหน้าแดงทันที กางเกงในผ้าที่ใส่ครั้งเดียวทิ้งมันบางจนเห็นภายในลางๆ ขนาดของมันทำให้ดิฉันขนลุกซู่ทันที
 
ดิฉันเหลือบเห็นยัยเจน ที่กำลังมองมาเช่นกัน เธอมองหน้าดิฉันและส่งซิกให้ดิฉันสลับการทำหน้าที่กับเธอ
 
เธอแอบกระซิบว่า ลูกค้าผู้หญิงหลับไปแล้ว เธออยากไปนวดผู้ชายมั่ง
 
ดิฉันไม่อยากขัดใจยัยเจน เพราะเคยรับปากไว้แล้วตั้งแต่ต้นว่า จะไม่แย่งลูกค้าเธอ
 
ยัยเจนเริ่มโชว์ฝีมือการนวด แต่แล้วดิฉันก็สะดุ้งทันทีที่เธอกล้า ล้วงเข้าไปในผ้าของลูกค้าหนุ่ม เธอควักมันออกมาก่อนส่งมันเข้าไปในปากทันที  ดิฉันเห็นเขาหลับตาพริ้มด้วยความสบายก่อน จะหน้าบูดเบี้ยว  เพียงแค่ไม่กี่นาที ยัยเจนก็คลายมันออกจากปากและกลืนมันลงคอจนเกลี้ยง   เธอเช็ดทำความสะอาดมัน ก่อนเรียกให้ดิฉันกลับไปเตียงเดิม
 
ดิฉันตัวชา ทำอะไรไม่ถูก เมื่อกลับมาถึงเตียง  หนุ่มลูกค้าเงยหน้ามองดิฉันอย่างยิ้มๆ  เขาเอื้อมมือมาสัมผัสที่หว่างขาของดิฉัน ดิฉันพยายามจะบ่ายเบี่ยงตัวออก แต่เมื่อเห็นยัยเจน เธอมองอย่างไม่พอใจที่ดิฉันปฏิเสธลูกค้า  เธอพยักหน้าให้ดิฉันตามใจลูกค้า
 
ดิฉันจึงถูกเขาละเมิดอธิปไตยด้วยการสัมผัสแบบเต็มมือ  ดิฉันจึงเลยตามเลยปล่อยให้เขาลูบไล้จนเกิดอารมณ์  ตัวอ่อนปวกเปียก จนกระทั่งเขาเริ่มเบื่อและหยุดกระทำ ดิฉันจึงขอตัวออกจากห้องเพื่อไประงับอารมณ์ข้างนอก
 
ยัยเจนตามดิฉันมาที่ห้องพัก เธอแอบกระซิบกับดิฉันพร้อมขอร้องว่า อย่าไปแพร่งพรายบอกเรื่องนี้กับใคร เพราะเขาเป็นลูกค้าคนสำคัญของร้าน
 
ดิฉันกลับมาบ้านด้วยหัวใจว้าวุ่น หลายปีแล้วที่ร่างกายไม่เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้มาก่อน
 
วันรุ่งขึ้นก่อนออกจากอะพาร์ตเมนต์  ดิฉันถูกเจ้าของตามเรื่องค่าเช่าที่ผัดผ่อนมาหลายครั้ง จึงพยายามอ้อนวอน บอกว่า อีกสองวันเงินงวดจะออกมาก้อนหนึ่งจะรีบเคลียร์ให้
 
เจ๊เจ้าของอะพาร์ตเมนต์ทำหน้าเหม็นเบื่อ เธอบ่นเป็นหมีกินผึ้ง ก่อนเดินจากไปอย่างหัวเสีย
 
ตามจริงแล้วในชีวิต ดิฉันไม่ชอบเป็นหนี้ใคร แต่เพราะปัญหาเก่าที่ดิฉันหนีมา ทำให้ตัวเองต้องลำบากถึงเพียงนี้
 
วันนั้นเอง เมื่อไปถึงร้านสปา พี่แจ๋วแจ้งข่าวที่ทำให้ดิฉันช็อก เธอบอกว่า จะขอผัดผ่อนเงินค่างวด เพราะร้านประสบปัญหาหมุนเงินไม่ทัน
 
ดิฉันไม่กล้าโวยวายหรืออ้อนวอนพี่แจ๋ว เพราะรู้ว่า เธอเองก็ประสบปัญหาหนักเช่นกัน หลังเอาเรื่องนี้ไปปรึกษายัยเจน เธอมองหน้าแล้วส่ายหัวปฏิเสธ เธอบอกว่า เธอเองก็ช็อตเหมือนกัน
 
ยิ่งใกล้จะถึงวันครบกำหนดต้องจ่ายค่าเช่าะอพาร์ตเมนต์  ดิฉันเริ่มกระสับกระส่ายจนนอนไม่หลับ แต่แล้วยัยเจนกลับโทร.มาบอกข่าวดีว่า เธอหาเงินให้ดิฉันได้แน่แต่ดิฉันต้องไปกับเธอ
 
ด้วยความดีใจดิฉันจึงบอกว่า  ไปทันทีก็ได้ขอให้เคลียร์เงินช่วงนี้ให้ได้ก่อน
 
ยัยเจนพาดิฉันไปที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในปั๊มน้ำมัน เธอบอกว่า เธอนัดคนที่จะช่วยเหลือเราในร้านนี้
 
ดิฉันนั่งรอด้วยความสับสน ไม่แน่ใจว่า จะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะจำนวนเงินที่ต้องการหยิบยืมหลายพัน  นับว่ามากพอดู
 
เมื่อถึงเวลานัด ดิฉันก็สะดุ้งทันทีที่เห็นว่าคนที่จะช่วยเหลือเราเป็นใคร เขาเป็นชายหนุ่มที่ไปใช้บริการร้านสปาวันนั้นนั่นเอง ยัยเจนเรียกเขาว่า คุณหนุ่ม
 
ถึงเวลานี้ยัยเจน เปิดเผยความจริงออกมาแล้ว เธอแอบทำจ็อบพิเศษช่วยคุณหนุ่มหลายครั้งในสถานสปาของพี่แจ๋ว เธอก็ได้ทิปพิเศษบ่อยๆ คุณหนุ่มเลยทิ้งนามบัตรให้เธอบอกว่า หากเดือดร้อนก็โทร.หา
 
ยัยเจนบอกว่า เธอก็ไม่เคยโทร.หาคุณหนุ่มเลย นี่ก็เป็นครั้งแรกเพราะเห็นว่า ดิฉันเดือดร้อนและเธอเองก็เดือดร้อนในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน
 
หลังเราแจ้งความต้องการให้คุณหนุ่มทราบ เขาก็ควักเงินสดๆ ให้ดิฉันกับยัยเจนคนละ 3 หมื่นบาท
 
เราตกตะลึงในความใจกว้างของเขา ยัยเจนเองก็ไม่เชื่อตัวเองเช่นกัน
 
เขาบอกว่า ถ้าพวกเราสองคนว่างก็ไปนวดพิเศษให้เขาสักชั่วโมงสองชั่วโมงแลกกับเงินช่วยเหลือครั้งนี้
 
ดิฉันยังไม่ทันเอ่ยปาก ยัยเจนดันรีบตอบตกลงทันที เพราะเห็นว่าคุ้มค่าดีกว่าหยิบยืมต้องใช้คืนภายหลัง
 
เธอถามว่า จะให้พวกเราไปนวดเขาที่ไหน?
 
เขาอมยิ้มก่อนบอกว่า เดี๋ยวเขาพาไปเอง
 
คุณหนุ่มพาเราเข้าไปในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง และเปิดห้องวีไอพีหรูที่แพงที่สุด
 
ดูเหมือนว่า เพื่อนรุ่นน้องของดิฉันจะช่ำชองการเข้าโรงแรมม่านรูดมาก เธอรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร ส่วนดิฉันเพิ่งเข้ามาครั้งแรกในชีวิตจึงรู้สึกตื่นเต้น
 
คุณหนุ่มขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาถอดเปลี่ยนเสื้อผ้าเหลือผ้าขนหนูผืนเดียวห่อหุ้มร่างกาย จากนั้นยัยเจนก็เข้าไปห้องน้ำบ้าง เมื่อเธอออกจากห้องน้ำดิฉันก็ตะลึงเพราะเธอก็มีผ้าขนหนูผืนเดียวพันตัวเช่น กัน
 
ดิฉันยังไม่เข้ายัยเจนว่า ทำไมต้องถอดเสื้อผ้าออก   เมื่อมองไปที่เรือนร่างเธอนั้นพบว่า เธอมีผิวขาวเนียนสวยไม่แพ้ดิฉัน  เห็นเธอชี้ไปที่เตียงนอนบอกให้คุณหนุ่มนอนคว่ำหน้า ก่อนที่เธอจะขึ้นคล่อมหลังนำโลชั่นลูบไล้ที่ผิวของเขาอย่างแผ่วเบา เมื่อถึงเวลาที่เขาพลิกร่างกลับมา ยัยเจนก็กระตุกผ้าขนหนูของคุณหนุ่มทิ้ง
 
ภายในห้องที่มีแสงไฟสว่างไสว ทำให้ดิฉันเห็นผิวพรรณของเขาอย่างชัดเจน เธอก้มหน้าเข้าหามันและเริ่มปฏิบัติการโจมตีอาวุธของเขา
 
มันเริ่มสู้มือและแข็งตัวอย่างรวดเร็ว จากนั้นดิฉันเห็นยัยเจนหยิบปลอกมาสวมป้องกัน ก่อนจะตะลึงที่เห็นเธอสลัดผ้าขนหนูของตัวเองทิ้ง เปิดเผยร่างอันเปลือยเปล่า เธอขึ้นทับร่างคุณหนุ่มพร้อมจับอาวุธของเขายัดเข้าไปร่างเธอทันที
 
เพียงไม่นาน ยัยเจนก็ส่งเสียงร้องเป็นระยะๆ พร้อมเกิดอาการเกร็งอย่างรุนแรงก่อนถึงที่หมายไปในทันที
 
เธอส่งเสียงอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนหันหน้ามาที่ดิฉันพร้อมกับพยักหน้าให้มาร่วมวงด้วย
 
ดิฉันเหมือนต้องมนต์สะกด เดินเข้าไปที่เตียงอย่างว่าง่าย
 
ทั้งสองคนมาช่วยกันปลดอาภรณ์ให้ดิฉัน เมื่อหลงเหลือบราเซียกับบิกินี่ตัวจิ๋ว ดิฉันจึงเริ่มรู้สึกตัว ดิฉันหน้าแดงกร่ำด้วยความอาย  คุณหนุ่มลุกขึ้นเอื้อมมือมาปลดบราเซีย  ปทุมถันคู่ใบงามออกมาท้าทายสายตาของพวกเขา  ส่วนยัยเจนรูดปราการด่านสุดท้ายออกจากหว่างขา จนร่างกายของดิฉันว่างเปล่าเหมือนพวกเขา
 
คุณหนุ่มดันร่างให้ดิฉันนอนลง เขาประกบปากจุมพิตดิฉันอย่างแผ่วเบาอย่างนักรักมืออาชีพ ขณะที่ดิฉันกำลังเพลิดเพลินกับรสรักต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสาวรุ่นน้องกลับ มาร่วมวงจู่โจมส่วนล่างของดิฉัน
 
เธอฝังหน้าที่หว่างขาของดิฉัน พร้อมใช้ชิวหาอย่างชำนาญ ดิฉันพยายามจะเอามือมาปัดก็ถูกคุณหนุ่มกดไว้
 
ยัยเจนบรรเลงฝีมืออย่างรู้ใจดิฉัน เธอทำให้ดิฉันดิ้นพล่านแทบทนไม่ไหว เมื่อเห็นมันได้ที่ ทั้งคู่ก็สลับท่าใหม่
 
คราวนี้คุณหนุ่มเริ่มกระทำในความต้องการของตัวเอง เขานำอาวุธมาจ่อปากทางเข้าของดิฉัน ก่อนดันเข้าไปอย่างแช่มช้าเป็นจังหวะ เมื่อเห็นดิฉันเริ่มส่งเสียง เขาก็เร่งเครื่องทันที
 
เพียงแค่อึดใจเท่านั้น ดิฉันก็ถึงแดนสุขาวดีตามยัยเจนไปอย่างเหนื่อยอ่อน
 
เราพักสักครู่ ยัยเจนก็เริ่มต่อยก 2  เธอยังติดใจที่จะขึ้นม้าโยก  แต่ก่อนที่จะทำอะไรลงไป  คุณหนุ่มก็พยักพเยิด เรียกดิฉันไปนั่งคุกเข่าทับหน้าเขา จากนั้นพวกเราก็เริ่มช่วยเหลือกันและกันเหมือนเล่นม้าแข่ง  ยัยเจนถึงที่หมายเป็นคนแรก ตามด้วยคุณหนุ่ม ส่วนดิฉันที่โดนชิวหาก็เข้าเส้นชัยตามเป็นคนสุดท้าย
 
งานพิเศษของสาวสปาอย่างดิฉันจบลงแล้ว คุณหนุ่มพาเรามาส่งที่บ้าน ก่อนจากกัน เขาทิ้งนามบัตรให้ดิฉันอีกใบพร้อมกำชับว่า หากวันใดเดือดร้อนก็โทร.บอกเขา
 
ดิฉันมองหน้ายัยเจน เธอทำหน้างอจนดิฉันต้องเอื้อมมือไปหยิกก่อนย้ำกับเธอว่า ถ้าจะมาหาคุณหนุ่ม ต้องมีเธอมาด้วย เพราะเธอเหมือนเพื่อนสนิทที่ช่วยแก้ปัญหาให้ดิฉัน และเคยรับปากแล้วว่า จะไม่ทรยศแย่งลูกค้าเธอเด็ดขาด
 
เมื่อดิฉันย้ำกับเธอเช่นนี้ ยัยเจนถึงกับเข้ามาสวมกอดดิฉันอย่างแนบแน่น

ลางเนื้อชอบลางยา 3

แกบ่นร้อนเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดแขนกุดเข้ารูป กางเกงขาสั้น สั้นแทบปิดสะโพกไม่มิดอย่างที่วัยรุ่นนิยม แกจัดอาหารเรียงเต็มโต๊ะราวกับจะเลี้ยงสักห้าหกคน แถมเปิดเบียร์กระป๋องให้ดื่ม ผมดื่มไปกินไป พิจารณาส่วนสัดน้าแจ๋วไป ใจนึกถึงคำพูดของแกและหนังสดที่ได้ดูเมื่อคืนด้วย
 
น้าชินสามีที่แกถามหาเป็นคนเดียวกับน้าชินของพี่มาลีหรือเปล่าหนา ตอนโทร.มาก็ลืมถาม คงไม่ใช่คนเดียวกัน พี่มาลีไม่คิดสั้นยอมไปเป็นเมียน้อยคนอื่น
 
''คิดอะไรอยู่รู้นะ คิดไม่ดีกับน้าใช่ไหม'' คำถามตรงใจดำนี้ทำเอาผมสะดุ้งเฮือก กำลังคิดอยู่พอดีว่า นมแกจะยานหรือว่ายังเป็นก้อนตามที่เห็น ''จ้องตาเป็นมันแบบนี้ สงสัยใช่ไหมว่านมจริงหรือนมปลอม''
 
''ของจริงนะ อยากดูไหมล่ะ รับรองเด้งดึ๋ง เด้งดึ๋ง'' เบียร์สองกระป๋องเท่านั้นทำให้น้าแจ๋วเปลี่ยนไป ''อยากดูครับ'' ใครไม่อยากดูก็ตามใจแต่ผมอยากดู บังคับเสียงไม่ให้สั่นเพราะความตื่นเต้น แต่น้าแจ๋วก็ยังรู้ว่าผมตื่น ''อยากดูเดี๋ยวจัดให้ไม่ต้องตื่นเต้น''
 
น้าแจ๋วเดินมาใกล้ที่นั่งผมหันหลังให้แล้วค่อยๆ ดึงเสื้อออกจากหัวให้ผมเห็นแผ่นหลังกับสายคาดยกทรงสีเนื้อแล้วจึงหันหน้า กลับมา เต้าแกอวบจริงๆ อวบจนล้นทะลักออกยกทรงเหมือนพวกดาราที่ทำเต้าถ่ายรูปโชว์
 
''เป็นไง นี่ของจริงนะ ของจริงต้องเด้งดึ๋งๆ แบบนี้'' แกทำนมกระเพื่อมโชว์เป็นของแถม ผมหายใจขัดขึ้นมาทันที แกหัวเราะไม่ยอมสวมเสื้อกลับคืน ปล่อยให้เต้ากระเด้งในยกทรงล่อตาต่อไป
 
''เอาเบียร์อีกนะ'' แกเปิดเบียร์ส่งมาให้ ''ผมกลัวเมาครับ'' เสียงสั่นเพราะเต้าเด้งดึ๋งนั้นมาลอยอยู่ตรงหน้า แค่ยกมือขึ้นก็สัมผัสได้ จึงนึกอยากจับเล่นทันที
 
''อยากจับไหม'' น้าแจ๋วรู้ใจอีกแล้ว แต่ครานี้ผมไม่กล้าก้มหน้าหลบตาแกเลยพูดต่อ ''จับก็ได้นะแต่ต้องกล้าๆ ทำหน่อย'' ''ทำอะไรครับ'' เสียงแหบแห้งเพราะตื่นเต้นอย่างแรง
 
''ถ้ากล้าถอดกางเกงให้น้าเห็นของเวช น้าก็จะให้จับเล่นเหมือนกัน กล้าหรือเปล่า?'' น้าแจ๋วพูดจบก็ปลดตะขอยกทรง คราวนี้ไม่มีอะไรมาบังไม่ให้ผมเห็นเต้าเต็มฝามือของแกเต็มตาอีกแล้ว เต้าของแกใหญ่ แต่หย่อนคล้อยเหมือนที่ผมเคยเห็นของพวกแม่ค้าในตลาด แกรักษารูปทรงเต้าได้ดีมาก
 
''กล้าไหมล่ะ อย่างนี้ต้องแลกกันหน่อย'' น้าแจ๋วท้าทายอีกหน ผมตัดสินใจปลดเข็มขัดรูดกางเกงไปกองปลายเท้า เหลือกางเกงในอีกชิ้นยังไม่กล้าดึงออก
 
''เอ้า อนุญาตให้แตะเบาๆ ก่อน แน่ใจว่าน้าไม่เบี้ยวแล้วค่อยถอด'' น้าแจ๋วจับมือผมไปแตะเต้า มันเต่งตึงเต็มมืออย่างที่แกคุยจริงๆ ผมกำของแกไว้จนลืมถอดกางเกงในตามสัญญาเลยถูกน้าแจ๋วจัดการด้วยมือของแกเอง
 
ไม่ได้ถอดง่ายๆ หรอกครับ เพราะว่ามันมีของแข็งขวางไว้ แกต้องใช้เวลาพอควรจึงงัดมันออกมาอวดโฉมหน้าได้ 
 

ลางเนื้อชอบลางยา

'ชอบแรงๆ จ๊ะ แต่คืนนี้แรงมากไม่ได้เดี๋ยวน้องหนูตื่น น้องหนูมานอนด้วย'' พี่จินกระซิบเสียงสั่น ''อ้าวตอนแรกทำไมเอ็งไม่บอกข้า'' เสียงห้าวๆ ลดความดังไปเช่นเดียวกับเสียงป้าบๆ ที่ปลุกผมขึ้นมากลางดึก
 

ผมเป็นนักวิ่ง บ้านอยู่พิจิตร เรียนหนังสือในตัวจังหวัด ตอนต้นปีทางโรงเรียนส่งนักกีฬาเข้ามาแข่งในกรุงเทพฯ ผมคัดเลือกไม่ติด แต่อยากแข่งเลยขอทางโรงเรียนมาด้วย แต่จะพักกับพี่สาวในกทม.
 
พี่มาลีเป็นคนโตเลี้ยงผมมาแต่เด็ก อายุ 24 มีแฟนแล้วแต่เลิกกันเมื่อปีก่อน แกเช่าหอพักอยู่คนเดียว ผมไปพักกับแกแล้วออกไปแข่งกีฬาแต่เช้าได้เหรียญทองวิ่งทนพี่มาลีดีใจเปิด เบียร์เลี้ยงฉลองให้ ผมดื่มเข้าไปสองแก้วก็ขอนอนเพราะเหนื่อยมากขึ้นเตียงก็หลับเป็นตาย
 
รู้สึกตัวเหมือนมีใครมาร้องครางในห้อง ''ซี้ด..ซี้ด..ฮือ..ฮืออ'' เสียงดังมาจากมุมห้องที่พี่มาลีนอน ตอนแรกนึกว่าผีหลอก ไม่กล้าหันไปทางเสียงคราง พอเงียบก็มีเสียงเหมือนอะไรกระแทกกัน ฉึก...ฉึก...ฉึก...
 
เสียงกระแทกกันนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนดัง ป้าบ...ป้าบ...ป้าบ...ชัดเจน แล้วก็ได้ยินเสียงพี่มาลีเรียกชื่อน้าชินอย่าแรงนักนั่นแหละจึงรู้ว่าไม่ใช่ ผี  ค่อยๆ หันหน้าไปทางเสียงได้เห็นเงาคนสองคนกำลังทำอะไรกัน
 
ผมรู้ว่าเป็นพี่มาลี แต่แฟนพี่มาลีไม่ได้ชื่อชิน คงจะเป็นแฟนใหม่ ผมไม่กล้าขยับตัวทำเสียงดังเพราะกลัวพลาดโอกาสพิเศษพี่สาวแสดงหนังสดให้ดู
 
ในห้องไม่ได้เปิดไฟแต่แสงจากถนนเข้ามาทางหน้าต่างเห็นการเคลื่อน ไหวชัดเจน พี่มาลีนอนหงายสองขายกขึ้นสูง ส่วนคนที่ชื่อน้าชินแทรกตัวตรงกลาง ขย่มตัวใส่พี่มาลี ดังป้าบ...ป้าบ... พอพี่มาลีบอกว่ากลัวผมตื่นเขาก็ลดความแรงลง แต่ยังพอได้ยิน
 
''แค่นี้ได้ไหม'' เสียงห้าวกลายเป็นเสียงกระซิบ ''แรงอีกนิดก็ได้น้าชิน'' พี่มาลีกระซิบตอบเลยมีเสียงดังขึ้น ''แค่นี้นะ ข้าไม่อยากให้มันตื่นมาขัดจังหวะ เอ็งมันหรือยังล่ะ'' ''มันแล้วจ๊ะ มันแล้ว น้าชินแรงดีจริงๆ ทำให้หนูมันได้ทุกที'' ''ข้าก็ชอบของเอ็งมันสู้ข้าไม่เคยถอย ไม่เหมือนเด็กข้า แรงหน่อยมันร้องเจ็บ มีความสุขกันค่อยๆ จะสนุกอะไรว่ะ'' ''จ๊ะ ต้องแรงๆ อย่างน้าชินนี่แหละ หนูจะเสร็จแล้วนะ''
 
เสียงพี่มาลีตอบโต้กับน้าชินดังสอดแทรกจังหวะการเข้าโรมรันต่อสู้ กัน ผมเพิ่งรู้ว่าได้เห็นหนังสดแบบเงารางๆ ได้อารมณ์ดีกว่าดูหนังแผ่นตั้งเยอะ ของผมหัวเยิ้มร้อนผ่าวติดมือเลยครับ
 

ฝากเนื้อกับเสือ

ข้างห้องผมเป็น 2 สามี-ภรรยา อายุประมาณ 27-28 ภรรยาชื่อผ่อง สามีชื่อบุญ ภรรยาทำงานโรงงานเหมือนกันแต่ต่างโรงงานกับผม สามีขับรถบรรทุกสินค้าต้องไปต่างจังหวัดทุกอาทิตย์ๆ ละ 2-3 วัน
 
บุญเป็นคอเหล้าตรงกับผม เราจึงสนิทกันเร็ว แต่ก็กินกันวันละกั๊ก วันละแบนเท่านั้น ไม่หามรุ่งหามค่ำ ผลัดกันซื้อ แต่ส่วนมากเป็นผม เพราะผมเงินเดือนมากกว่า และบุญต้องส่งเงินกลับบ้านไปให้พ่อแม่เขา ซึ่งไม่ค่อยสบายต้องรักษาตัว
 
ผมมักจะให้เงินผ่องซื้อกลับข้าวให้ทำเผื่อผมด้วย แม้จะแพงกว่ากินตามร้าน แต่อร่อยกว่า ผมจึงมักไปกินข้าวเย็นที่ห้องของผ่อง และบุญ ถ้าบุญอยู่ไม่ไปต่างจังหวัดเราก็ตั้งวงกัน
 
ผมเกรงใจบุญเหมือนกัน เคยบอกบุญว่า คิดมากหรืเปล่า ที่ผมมาห้องตอนบุญไม่อยู่
 
บุญบอกว่า อย่าคิดมาก เขาไว้ใจเมียเขา
 
สักปีต่อมา ผ่องเตือนบุญอย่ากินเหล้ามาก รู้ตัวเองว่าร่างกายไม่แข็งแรงยังจะกินอีก
 
พูดหลายครั้ง เข้าหูผม จนผมสงสัยเลยแอบถามบุญว่า เมียห้ามกินเหล้าทำไม แต่ก่อนไม่ห้าม
 
บุญบอกว่า เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร รู้สึกเพลียๆ จึงไม่ค่อยทำการบ้านเมีย พอเวลากินเหล้า กินข้าวนี่ หัวถึงหมอนก็เพลียหลับเลย เคยไปให้หมอที่โรงงานตรวจเขาก็ว่าไม่เป็นอะไร
 
''สงสารเมียเหมือนกัน''
 
วันหนึ่งบุญไปต่างจังหวัด บอก 3 วัน พอบุญไป ตกเย็นผมก็ไปกินข้าวห้องบุญ แต่แปลกใจ ผ่องอาบน้ำแต่งตัวนุ่งขาสั้น ใส่เสื้อสายเดี่ยว นานๆ จะเห็นที ขาขาว เปิดอกขาวอวบ
 
ผมแซวว่า วันนี้แฟนไม่อยู่ทำไมแต่งซะเซ็กซ์ ผ่องไม่ตอบคำถาม แต่กลับถามว่าพี่กินเหล้าไหม เหลืออยู่ครึ่งขวด
 
ผมก็เกรงใจ ขืนกินเหล้าก็คงจะนาน บอกผ่องตามความคิด ผ่องบอกไม่เป็นไร ทำเหมือนกับไม่เคยอยู่ห้องนี้ดึกๆ ใครๆ เขาก็รู้หมดแล้ว
 
''มันไม่เหมือนกัน...ตอนนี้บุญไม่อยู่''
 
''แล้วใครจะรู้''
 
ผ่องไปหยิบเหล้ามา เอาน้ำแข็งใส่แก้วรินเหล้า ผมกินแบบตบด้วยน้ำ ไม่เปลืองโซดา
 
กินไปคุยไป ผ่องถามว่า ทำไมไม่มีแฟน ไม่เหงาหรือ ผมก็ตอบว่าเหงาซิ แต่ยังไม่เจอคนถูกใจ
 
''แล้วถูกใจแบบไหน?''
 
''แบบผ่องไง แต่ก็มีแฟนแล้ว''
 
ความจริงผมพูดเล่น พูดแล้วก็ตกใจ ไม่น่าพูดแบบนั้นเลย
 
แต่ผ่องกลับตอบมา
 
''กลัวหรือ...แฟนไม่อยู่''
 
ผมพูดไม่ออกเลย ผมเลยกระดกแก้วหมดแล้วรีบกินข้าว ขอตัวกลับห้อง อาบน้ำเสร็จดูโทรทัศน์ กะจะนอน มีเสียงเคาะประตู เปิดออกผ่องรีบผลุบเข้ามา รีบปิดประตูแล้วผวาเข้ากอดผม
 
''ผ่องนอนกับพี่นะ''
 
คืนนั้นผมกับผ่องไม่ได้นอนจนตี 5 ผ่องจึงโซเซกลับห้อง
 
ผ่องมีผัว 2 คน ตั้งแต่คืนนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับบุญก็ปกติ ไม่รู้เขารู้หรือไม่ แต่ระยะหลังเวลาเขาไปต่างจังหวัด เข้ามักจะบอกผมว่า....''ฝากเมียผมด้วยน่ะ''

ไม่รู้จะพูดอะไร 1

ครอบครัวเรามีพี่น้องหลายคน ดิฉันกับน้องรองสนิทกันมาก สมัยเรียนได้อาศัยน้องช่วยได้แอบไปคุยกับแฟน คบกับแฟนนานห้าปีเรียนจบได้งานก็จับได้เขามีคนใหม่จึงเลิก ดิฉันย้ายงานเข้า กทม. พาน้องรองมาอยู่ด้วย





ดิฉันเสียใจเรื่องแฟนนานมากแต่ได้น้องพาออกงานพร่ำว่าจะเศร้าเสียใจ กับผู้ชายคนเดียวทำไม มีตั้งมากมาย ได้น้องแนะนำทำให้รู้จักเพื่อนชายหลายคน แต่ดิฉันพูดไม่เก่งให้ท่าไม่เป็น จึงไม่มีใครสนใจและสวยสู้น้องไม่ได้จึงเป็นกองเชียร์คัดเลือกให้น้องไปหลาย คนแต่เมื่อได้พบ ''สรร'' ถูกใจมากตั้งท่าว่าจะบอกให้น้องรู้ว่าพี่เลือกคนนี้แหละ

''พี่ตอง..พี่เห็นสรรแล้วเป็นไง..อายุเท่ารองเลยนะ..'' น้องสาวปรึกษาหลังอิ่มข้าว ''เหรอ พี่ว่าหล่อดีนะ การงานก็ใช้ได้..แต่นิสัยเป็นไงล่ะ'' ''สืบมาหมดแล้วพี่ ใช้ได้ดีหมดทุกอย่าง รองเลือกคนนี้แหละพี่ว่าดีมั้ย''

น้องสาวเอ่ยปากแบบนี้จะให้ดิฉันพูดอะไรดีกว่า ''น้องรองว่าดีพี่ก็ว่าดีค่ะ'' แต่ดิฉันก็เตือนให้น้องหมั่นดูนิสัยใจคอเขาให้แน่ใจ ก่อนปล่อยความสัมพันธ์คืบหน้าไปเกินกว่าคนรักกัน

นับแต่นั้นสรรก็เป็นแขกประจำของบ้านทำให้ดิฉันตาร้อนผ่าวๆ ไปหลายครากว่าจะหักใจได้ เกือบปีสรรก็มาขอแต่งตามประเพณี คนที่ดิฉันถูกตาต้องใจกำลังจะกลายมาเป็นน้องเขย ดิฉันบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจ

วันหนึ่งเพิ่งจะบ่ายสามดิฉันรู้สึกอยากกลับบ้านมาก เมื่อมาถึงเจอรองเท้านายสรรวางอยู่หน้าบ้านก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่นานเขาจะ แต่งกันแล้ว แต่พอเปิดประตูบ้านก็มีเสียงคราง และเสียงซี้ดปากดังลอดออกมาจากห้องน้องรอง

ดิฉันงับประตูเบาๆ ย่องไปมองเห็น นายสรรกำลังโขยกสะโพกใส่น้องรองอย่างเมามัน เสียงที่ได้ยินมาจากเขาและน้องสาวสลับกัน ดิฉันแทบหมดแรงยืน เสียวไปทั่วทั้งตัว ตาจ้องจับภาพที่เคยประทับใจมาในอดีตไม่ยอมให้คลาด

การร่วมสนุกของสรรกับน้องสาวเป็นแบบเดียวที่ดิฉันติดใจจากแฟนคนแรก ไม่เคยเลือนลืม แฟนจะให้ดิฉันนอนหงายสองขาพาดไว้บนไหล่ เขาคุกเข่าลงเอนตัวไปข้างหน้าดันขาดิฉันไปจนสะโพกลอยขึ้นเหนือที่นอน สองมือวางข้างซอกตัวดิฉัน ทิ้งน้ำหนักลงบนสะโพก แล้วชักช่วงยาวๆ ทำได้ทั้งช้า และเร็วตามต้องการ

ดิฉันประทับใจท่านี้ไม่เลือนลืมเพราะชองแคบของตัวเองบีบรัดได้ สัมผัสความรักของแฟนที่สอดใส่เข้ามาตลอดทั้งลำ นับแต่เริ่มไหลเข้าไปจนสิ้นสุด และถอนกลับออกมาให้ก็จะรับรู้ว่าความรักของเขาไปถึงไหนอย่างไร

เมื่อชักเข้าๆ ออกๆ เหมือนลูกสูบรถไฟไปนานๆ อาการเมื่อยจะตามมา แฟนดิฉันจะพักเหนื่อยด้วยการประกบตัวทาบทับไว้แน่น แล้วขยับหมุนไปทางซ้ายย้ายไปทางขวา เหมือนเอาไม้แยงหูเข้าไปปั่นหมุนช่วยให้หายคันอย่างวิเศษ

ดิฉันยืนมองเห็นภาพทางด้านหลังแม้จะไกลสักหน่อยแต่ก็เห็นเวลาอาวุธ นายสรรสอดลึกชองแคบน้องสาวก็จะยุบหายตามเข้าไปด้วย แต่พอดึงออกมันก็จะมีขอบเนื้อด้านในขยายออกมาครอบไว้

นายสรรมีความแข็งแรงกว่าแฟนเก่าดิฉัน เพราะเขายืนระยะการเคลื่อนไหวได้เป็นเวลานาน จนน้องสาวดิฉันร้องคร่ำครวญไม่หยุดปาก ยิ่งร้องเขาก็ยิ่งกระแทกแรง ยิ่งโดนกระแทกแรงๆ น้องสาวดิฉันก็ยิ่งร้องดัง

บรรยากาศเป็นใจให้ดิฉันอดทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว เลื่อนมือตัวเองช้าๆ ดึงกระโปรงบานขึ้นมาก่อนจะแทรกผ่านกางเกงบางๆ เข้าไปจนถึงหลังเต่า แตะปลายนิ้วตรงจุดนั้นก็พบว่าแฉะฉ่ำด้วยความรู้สึก

ใจมันสุดจะห้ามปรามความต้องการที่เกิดขึ้นได้แล้ว ดิฉันปล่อยให้นิ้วตัวเองไหลลื่นเข้าไปฝังลึกในหว่างร่องหลืบนั้นแล้วขยับ เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จากนิ้วเดียวเป็นสองนิ้วและสามนิ้วสอดเข้าไปอัดแน่นในร่องหลืบ

ดิฉันตัวสั่นนึกอยากไปไกลว่าทำอย่างไรจะได้อย่างน้องสาวบ้าง ดิฉันต้องการอยากได้แบบเดียวกับที่น้องสาวกำลังได้จากแฟนของเธอ ดิฉันจะได้สิ่งที่อยากได้จากที่ไหน

จะหาได้จากที่ไหน...จะหาได้จากที่ไหน... ดิฉันกู่ก้องร้องตะโกนอยู่ในใจ