วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

เทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจ 2554 เริ่ม 27 ก.ย. - 5 ต.ค.


เทศกาลกินเจ ภูเก็ต
เทศกาลกินเจ ที่ จ.ภูเก็ต

เทศกาลกินเจ ภูเก็ต
เทศกาลกินเจ ที่ จ.ภูเก็ต


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีน) ของทุกปี เราจะเห็นธงสีเหลือง ๆ มีตัวอักษรจีนประดับอยู่ตามร้านอาหาร และที่ต่างๆ เป็นสัญลักษณ์ว่า เริ่มเข้าสู่เทศกาลกินเจแล้ว สำหรับเทศกาลกินเจ ปี 2554 เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 เดือนกันยายน ถึง วันที่ 5 ตุลาคม 2554 แต่บางคนอาจกินเจล่วงหน้า 1 วัน หรือที่เรียกว่า "ล้างท้อง" นั่นเอง สำหรับวันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับเทศกาลกินเจมาฝากค่ะ ...

ความหมายของเจ
คำว่า "เจ" ในภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีความหมายว่า "อุโบสถ" เดิมหมายความว่า "การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน" ตามแบบอย่างของชาวพุทธที่รักษาอุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 ที่จะไม่รับประทานอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว แต่สำหรับพุทธนิกายมหายานนั้น การรักษาอุโบสถศีลจะรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย เราจึงนิยมเรียกการไม่ทานเนื้อสัตว์รวมไปกับการกินเจ ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า "กินเจ" ดังนั้นความหมายของคนกินเจ ไม่เพียงแต่ไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ

"การกินเจ" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 หมายถึง การถือศีลอย่างญวนและจีนที่ไม่กินของสดคาว แต่บริโภคอาหารประเภทผักที่ไม่มีของสดของคาวผสม ซึ่งมาจากรากศัพท์คำภาษาจีนที่ว่า "เจียฉ่าย" หมายถึง การกินอาหารผัก อาหารที่มาจากพืชผักธรรมชาติ ไม่มีเนื้อสัตว์ปะปน และไม่ปรุงด้วยผักฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ และงดเว้นน้ำนมสด นมข้นด้วย เพราะถือว่าเป็นของสดของคาว

ช่วงเวลากินเจ
ประเพณีกินเจที่ชาวจีนเรียกกันว่า "เก้าอ๊วงเจ" หรือ "กิ้วอ๊วงเจ" แปลว่า "เจเดือน 9" เริ่มต้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน รวม 9 วัน 9 คืน ตรงกับเดือน 11 หรือเดือนตุลาคมของไทย (ตามปฏิทินสากล) สำหรับในปี พ.ศ.2554 นี้ เริ่มวันที่ 27 กันยายน – 5 ตุลาคม

คำว่า "เก้าอ๊วง" หรือ "กิ้วอ๊วง" แปลว่า "พระราชา 9 องค์" หรือนพราชา หมายถึงผู้เป็นใหญ่ทั้ง 9 ซึ่งเป็นที่มาของประเพณีกินผักกินเจ

ความหมายของ "ธงเจ"

ในช่วงเทศกาลกินเจ เราจะสังเกตเห็นธงประจำเทศกาล โดยมีพื้นธงเป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีที่อนุญาตให้ใช้กับคนสองกลุ่มเท่านั้น คือกลุ่มกษัตริย์ ราชวงศ์ และกลุ่มอาจารย์ปราบผี ดังจะเห็นจากยันต์สีเหลืองตามภาพยนตร์จีน ดังนั้นสีเหลืองจึงเป็นสีของพุทธศาสนา หรือผู้ทรงศีล บนธงจะเขียนตัวอักษรสีแดง อ่านว่า "ไจ" หรือ "เจ" มีความหมายว่า "ของไม่มีคาว" เหตุที่ใช้สีแดง เพราะชาวจีนเชื่อว่า เป็นสีมงคง สร้างความเจริญให้แก่ชีวิต

ธงเจนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้พุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตนถือศีลกินเจได้ตระหนักถึงการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วงระยะเวลา 9 วัน 9 คืน

กินเจเพื่ออะไร

จุดประสงค์หลักของการกินเจ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ

1. กินเพื่อสุขภาพ เพราะอาหารเจเป็นอาหารชีวจิต เมื่อกินติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ และปรับระบบต่างๆ ในร่างกายให้มีเสถียรภาพ

2. กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากทุกๆ วัน อาหารที่เรากินประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้ที่มีจิตใจดีงามจึงไม่สามารถกินเนื้อของสัตว์เหล่านั้นได้

3.กินเพื่อเว้นกรรม เพราะการฆ่าเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้จะไม่ได้ลงมือฆ่าเองก็ตาม เพราะการซื้อผู้อื่นเท่ากับการจ้างฆ่า ถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย ผู้ที่เข้าใจเรี่องกฎแห่งกรรมจึงหยุดกิน หันมารับประทานอาหารเจแทน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ให้อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

ตำนานการกินเจ

ตำนานที่มาของการกินเจ มีเรื่องเล่าอยู่ถึง 7 เรื่องได้แก่

ตำนานที่ 1 รำลึกถึงวีรชนทั้ง 9

เทศกาลกินเจเริ่มขึ้นเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้ว โดยชาวจีนกินเจเป็นการบำเพ็ญกุศลเพื่อรำลึกถึงวีรชน 9 คน ซึ่งเรียกว่า "หงี่หั่วท้วง" ซึ่งได้ต่อสู้กับชาวแมนจูผู้รุกรานอย่างกล้าหาญ ถึงแม้จะแพ้และต้องตายก็ตาม ดังนั้นเมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ชาวจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู จึงพากันนุ่งขาวห่มขาว ถือศีลกินเจ เพื่อรำลึกถึงเหล่านักสู้ "หงี่หั่วท้วง" ที่ได้ต่อสู้พลีชีพในครั้งนั้น เพราะเชื่อว่าการปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยชำระจิตวิญญาณเกิดความเข้มแข็งทางร่างกายและจิตใจ

ตำนานที่ 2 บูชาพระพุทธเจ้า
เชื่อว่า เป็นการประกอบพิธีกรรมเพื่อสักการะบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาล 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ด้วยกัน หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า "ดาวนพเคราะห์" ทั้ง 9 ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ ในพิธีกรรมบูชานี้ สาธุชนในพระพุทธศาสนาจะสละเวลาทางโลกมาบำเพ็ญศีล งดเว้นเนื้อสัตว์ และแต่งกายด้วยชุดขาว

ตำนานที่ 3 เก้าอ๊องฝ่ายมหายาน

กล่าวไว้ว่า การกินเจเป็นพิธีปฏิบัติที่สืบต่อกันมาของชาวจีนในประเทศไทย เพื่อสักการบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาล 7 พระองค์ ดังมีในพระสูตร ปั๊กเต๊าโก๋ว ฮุดเชียวไจเอียงชั่วเมียวเกง กล่าวไว้คือ พระวิชัยโลกมนจรพุทธะ พระศรีรัตนโลกประภาโมษอิศวรพุทธะ พระเวปุลลรัตนโลกวรรณสิทธิพุทธะ พระอโศกโลกวิชัยมงคลพุทธะ พระวิสุทธิอาศรมโลกเวปุลลปรัชญาวิภาคพุทธะ พระธรรมมติธรรมสาครจรโลกมโนพุทธะ พระเวปุลลจันทรโภคไภสัชชไวฑูรย์พุทธะ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ คือพระศรีสุขโลกปัทมอรรถอลังการโพธิสัตว์และพระศรีเวปุลกสังสารโลกสุขอิศวรโพธิสัตว์ รวมเป็น 9 พระองค์ (หรือ "เก้าอ๊อง")

ทรงตั้งปณิธานจักโปรดสัตว์โลก จึงได้แบ่งกายมาเป็นเทพเจ้า 9 พระองค์ด้วยกันคือ ไต้อวยเอี๊ยงเม้งทัมหลังไทแชกุน ไต้เจียกอิมเจ็งกื้อมึ้งงวนแชกุน ไต้กวนจิงหยิ้งลุกช้งเจงแชกุน ไต้ฮั่งเฮี่ยงเม้งม่งเคียกนิวแชกุน ไต้ปิ๊กตังง้วนเนี้ยบเจงกังแชกุน ไต้โพ้วปั๊กเก๊กบู๊เอียกกี่แชกุน ไต้เพียวเทียนกวนพัวกุงกวนแชกุน ไต้ตั่งเม้งงั่วคูแชกุน ฮุ้ยกวงไตเพียกแชกุน เทพเจ้าทั้ง 9 พระองค์ ทรงอำนาจตบะอันเรืองฤทธิ์บริหารธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และทอง ทั่วทุกพิภพน้อยใหญ่สารทิศ

ตำนานที่ 4 พิธีบูชาเพื่อระลึกถึงราชวงศ์ซ้อง

เชื่อว่า การกินเจกินเจเป็นการบูชากษัตริย์เป๊ง กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ซ้องซึ่งสิ้นพระชนม์โดยทรงทำอัตวินิบาตกรรม (การฆ่าตัวตาย) ในขณะที่เสด็จไต้หวันโดยทางเรือ เมื่อมีพระชนนมายุได้ 9 พรรษา พิธีบูชาเพื่อระลึกถึงราชวงศ์ซ้องนี้ มีแต่เฉพาะในมณฑลฮกเกี้ยนซึ่ง เป็นดินแดนผืนสุดท้ายของราชวงศ์ซ้องเท่านั้น โดยชาวฮกเกี้ยนได้จัดทำพิธีดังกล่าวนี้ขึ้นด้วยการอาศัยศาสนาบังหน้าการเมือง ประเพณีนี้เข้ามาสู่เมืองไทยโดยชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพจากฮกเกี้ยนนำมาเผยแผ่อีกทอดหนึ่ง

ตำนานที่ 5 เล่าเอี๋ย

เมื่อ 1,500 ปีก่อน ณ มณฑลกังไสซึ่งเป็นแดนแห่งความเจริญรุ่งเรือง ฮ่องเต้เมืองนี้มีพระราชโอรส 9 พระองค์ซึ่งเก่งทั้งบุ๋น บู๊ ทำให้หัวเมืองต่างๆ ยอมสวามิภักดิ์ ยกเว้นแคว้นก่งเลี้ยดที่มีอำนาจเข้มแข็ง และมีกองกำลังทหารที่เหนือกว่า ทั้งสองแคว้นทำศึกกันมาถึงครั้งที่ 4 แคว้นก่งเลี้ยดชนะโดยการทุ่มกองกำลังทหารที่มากกว่าหลายเท่าตัว โอบล้อมกองทัพพระราชโอรสทั้งเก้าไว้ทุกด้าน แต่กองทัพก่งเลี้ยดไม่สามารถบุกเข้าเมืองได้จึงถอยทัพกลับ จนวันหนึ่งชาวกังไสเกิดความแตกสามัคคีและเอาเปรียบกัน เทพยดาทราบว่า อีกไม่นานกังไสจะเกิดภัยพิบัติจึงหาผู้อาสาช่วย แต่ชาวบ้านจะพ้นภัยได้ก็ต่อเมื่อได้สร้างผลบุญของตนเอง ดวงวิญญาณพระราชโอรสองค์โตรับอาสา และเพ่งญาณเห็นว่า ควรเริ่มที่บ้านเศรษฐีใจบุญลีฮั้วก่าย

คืนวันหนึ่งคนรับใช้แจ้งเศรษฐีลีฮั้วก่ายว่า มีขอทานโรคเรื้อนมาขอพบ เศรษฐีจึงมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นค่าเดินทาง แต่ขอทานไม่ไป และประกาศให้ชาวเมืองถือศีลกินเจเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ผู้ใดทำตามภัยพิบัติจะหายไป เศรษฐีนำมาปฏิบัติก่อน และผู้อื่นจึงปฏิบัติตาม จนมีการจัดให้มีอุปรากรเป็นมหรสพในช่วงกินเจด้วย

เล่าเอี๋ยเกิดศรัทธาประเพณีกินเจของมณฑลกังไส จึงได้ศึกษาตำราการกินเจของ เศรษฐีลีฮั้วก่ายที่บันทึกไว้ แต่ได้ดัดแปลงพิธีกรรมบางอย่างให้รัดกุมยิ่งขึ้นและให้มีพิธียกอ๋องฮ่องเต้ (พิธีเชิญพระอิศวรมาเป็นประธานในการกินเจ)

ตำนานที่ 6 เล่าเซ็ง

มีชายขี้เมาคนหนึ่งชื่อ เล่าเซ็ง เข้าใจผิดว่า แม่ตนตายไปเพราะเป็นโรคขาดสารอาหาร จนคืนหนึ่งแม่มาเข้าฝันว่า ตนตายไปได้รับความสุขมาก เพราะแม่กินแต่อาหารเจ และหากลูกต้องการพบให้ไปที่เขาโพถ้อซัว บนเกาะน่ำไฮ้ ครั้นถึงเทศกาลไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมที่เขาโพถ้อซัว เล่าเซ็งจึงขอตามเพื่อนบ้านไปไหว้พระโพธิสัตว์ด้วย โดยเพื่อนบ้านให้เล่าเซ็งสัญญาว่า จะไม่กินเหล้าและเนื้อสัตว์จึงยอมให้ไป แต่ระหว่างทางเล่าเซ็งผิดสัญญา เพื่อนบ้านจึงหนีไป โชคดีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งต้องการไปไหว้พระโพธิสัตว์เช่นกัน เขาจึงขอตามนางไปด้วย

เมื่อถึงเขาโพถ้อซัว ขณะที่เล่าเซ็งก้มลงกราบพระโพธิสัตว์อยู่นั้น เขาเห็นแม่ลอยอยู่เหนือกระถางธูป แต่คนอื่นมองไม่เห็น ขณะเขาเดินทางกลับ ได้เจอกับเด็กชายยืนร้องไห้อยู่ จึงเข้าไปถามไถ่จนทราบว่า เด็กคนนั้นเป็นลูกชายของเขากับภรรยาเก่าที่เลิกกันไปนานแล้ว เขาจึงพาไปอยู่ด้วย และต่อมาหญิงสาวที่นำทางเล่าเซ็งไปพบพระโพธิสัตว์ได้มาขออยู่ด้วย ทั้งสามอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

หญิงสาวคนนั้นเป็นสาวบริสุทธิ์ มีความประพฤติดี อยู่ในศีลธรรม และถือศีลกินเจอยู่เป็นประจำ นางรู้ว่าใกล้ถึงวันตายของนางแล้ว จึงบอกเล่าเซ็ง เมื่อถึงวันนั้นนางแต่งตัวด้วยอาภาณ์ขาวสะอาด นั่งสักครู่แล้วก็สิ้นลม เล่าเซ็งเห็นการจากไปด้วยดีของนางคล้ายกับแม่ จึงเกิดศรัทธา ยกสมบัติให้ลูกชาย แล้วประพฤติตัวใหม่ เมื่อตายไปจะได้บังเกิดผลเช่นเดียวกับแม่ และหญิงสาว ประเพณีกินเจจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้น

ตำนานที่ 7 การกินเจที่ภูเก็ต

มีคณะงิ้วจากเมืองจีน มาเปิดการแสดงที่อำเภอกระทู้นานเป็นแรมปี บังเอิญช่วงนั้นเกิดโรคระบาดขึ้น คณะงิ้วจึงจัดให้มีพิธีกินเจ และสร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อสะเดาะเคราะห์ หลังจากนั้นโรคระบาดก็หาย ชาวกะทู้เกิดความศรัทธาจึงปฏิบัติตาม หลังจากประกอบพิธีอยู่ประมาณ 2-3 ปี ก็มีผู้คนเลื่อมใสมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับอยากได้พิธีกินเจที่สมบูรณ์แบบตามประเพณีมณฑลกังไส ประเทศจีน จึงได้ส่งตัวแทนไปนำควันธูป (เหี่ยวเอี้ยน) จากกังไสให้ลอยมาถึงภูเก็ต โดยในการเดินทางกลับจะต้องคอยจุดธูปต่อกันมิให้ดับมอด ศาลเจ้ากะทู้จึงได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับของพิธีกินเจในปัจจุบัน

สำหรับเมืองไทยความเชื่อเรื่องการกินเจ เป็นไปในแนวทางของการละเว้นการเอาชีวิตของสัตว์ เพื่อเป็นสักการะบูชาแก่พระพุทธเจ้า และมหาโพธิสัตว์กวนอิม อาจเนื่องจากการแพร่หลายของการละเว้นการกินเนื้อวัว ในกลุ่มคนที่นับถือ "เจ้าแม่กวนอิม" การกินเจจึงเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมเพื่อสักการะ

ภูเก็ต เมืองแห่งเทศกาลเจ


จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่จัดประเพณีการกินเจอย่างยิ่งใหญ่ทุกๆ ปี โดยมาจากรากฐานความเชื่อเดียวกัน คนจีนเรียก "เจเดือนเก้า" แต่ถ้านับตรงกับเดือนไทยก็จะได้ตรงกับเดือน 11 ดังนั้นเทศกาลกินเจที่ภูเก็ตจึงมีขึ้นหลังเทศกาลกินเจทั่วๆไป บางครั้งเราจึงมักได้ยินชื่อเรียกของเทศกาลกินเจที่ภูเก็ตว่า เป็นเทศกาลกินผัก ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือการกินเจในรูปแบบ และระยะเวลา 9 วันเช่นเดียวกัน

10 วันของเทศกาลกินเจ
ประเพณีกินเจจะจัด 9 วัน 9 คืน โดยแต่ละวันมีพิธีต่างๆ กันดังนี้

วันแรก แต่ละศาลเจ้าก็จะดูฤกษ์ยามว่า จะเชิญเจ้ามาเวลาไหน แต่ไม่เกินเที่ยงวัน โดยใช้ "ปวย" 2 อันเสี่ยงทายโดยการโยน 2 ครั้ง หาก 1 อันหงาย 1 อันคว่ำ แสดงว่า เจ้าทั้ง 9 ได้เสด็จลงมาแล้ว การกินเจจะเริ่มขึ้น แต่คนส่วนใหญ่มักทานกันล่วงหน้าเพื่อล้างท้อง

ที่ภูเก็ตในตอนกลางคืนจะมีพิธียกเสา "โกเด้ง" ขึ้นที่หน้าศาลเจ้า หรืออ๊าม เพื่อใช้เป็นที่แขวนตะเกียงทั้ง 9 ดวง และอัญเชิญดวงวิญญาณของยกอ๋องฮ่องเต้ หรือ พระอิศวร และ กิวอ๋องไตเต หรือ ราชาผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้ามาประทับ

เช้าวันที่สอง จะมีการจุดธูปขนาดใหญ่ ตั้งเครื่องเซ่นและเผาไม้หอม เพื่อบูชาเจ้าประจำอ๊าม

หลังพิธีการกินเจ หรือชาวภูเก็ตเรียก "การกินผัก" ผ่านไป 3 วัน จะถือว่าตัวเองมีความสะอาดแล้ว หรือเรียกว่า "เช้ง" ในตอนค่ำมีพิธีการเชิญเจ้าเข้าทรงอีก 2 องค์ คือ "ลำเต้า" เจ้าผู้สำรวจคนเกิด และ "ปักเต้า" เจ้าผู้สำรวจคนตาย และทำพิธี "ปั้งกุ้น" หรือพิธีปล่อยพระ หรือการจัดทหารของเจ้าไปรักษาศาลเจ้าทั้ง 5 ทิศ เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย และภูตผีมาทำลายพิธี ความสนุกสนานเริ่มขึ้นตรงนี้ เมื่อการเชิญทหารเต็มไปด้วยร่างทรงของตัวละคร อาทิ เห้งเจีย บู๊สง เป็นต้น

วันที่สี่ เป็นวันที่คนส่วนใหญ่จะมาไหว้เจ้า วันนี้ศาลเจ้าต่างๆ จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน

ในวันที่เจ็ด จะเริ่มพิธีบูชาดาว เพื่อขอความเป็นสิริมงคล รักษาโรคภัยไข้เจ็บ เป็นอีกวันหนึ่งที่มีการไหว้เจ้า แต่วันนี้สำคัญกว่าวันที่สี่ เรียกว่า "ไหว้เจ้าใหญ่" ในวันนี้จะมีการซื้อเต่า, ปลาไหล, นก ฯลฯ มาไหว้ด้วย

วันที่แปด วันนี้จะมีการลอยกระทง คล้ายการลอยกระทงของคนไทย เพื่อขอบคุณเจ้าแม่คงคาที่ให้น้ำใช้ น้ำดื่ม และให้สิ่งไม่ดีลอยไปตามน้ำ นอกจากนี้ที่ภูเก็ตยังมีการจัดขบวนแห่อย่างมโหฬาร เพื่อนำเกี้ยวไปรับพระจำหลักที่สะพานหิน เป็นการระถึงวันที่ควันธูปจากมณฑลกังไสมาถึงภูเก็ต ในขบวนแห่จะมีการแสดงอิทธิฤทธิ์ของม้าทรง หรือ คนทรงเจ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จะเห็นภาพของการใช้ของมีคมต่างๆ ทิ่มแทงตามร่างกาย มีทั้งง้าว ลูกตุ้มเหล็กฟาดหน้าฟาดหลัง เอาขวานจามหลัง หรือเอาเหล็กแหลมทิ่มแทงร่างกาย หรือแทงลิ้น จนกระทั่งเฉือนลิ้นตัวเองออกมา โดยทรงเหล่านั้นอ้างว่าไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ขณะเป็นร่างทรง ม้าทรงจะเดินเต้นไปทั่วเมือง ชาวบ้านจะตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อให้เจ้าไปโปรดและมีการจุดประทัดตลอดเส้นทาง ทั้งเกาะปกคลุมด้วยควันธูปและประทัด

วันที่เก้า ช่วงเช้าจะมีพิธีทำทาน หรือเรียกว่า "ซิโกว" เป็นการให้ทานแก่ผีไม่มีญาติ ตอนกลางคืนจะมีแห่มังกร, สิงโต, ขบวนของเด็กที่จัดเพื่อเป็นสีสัน

ขณะที่จังหวัดภูเก็ตจะมีพิธีศักดิ์สิทธิ์ คือ พิธี "โก๊ยโห้ย" หรือพิธีลุยไฟสะเดาะเคราะห์ ม้าทรง หรือเจ้าจะเดินผ่านกองไฟ ที่มีถ่านร้อนแดงเป็นระยะทางกว่า 2 ฟุต และตามด้วยผู้ที่ถือศีลกินเจที่มีความมั่นใจว่าตัวเองสะอาดแล้ว ก็สามารถร่วมลุยไฟได้ด้วยเช่นกัน ในตอนกลางคืนจะมีพิธีปีนบันไดมีด สูงประมาณ 12 เมตร และจบลงที่ยามดึกของคืนวันที่ 9 จะมีการแห่พระไปส่งทะเลบริเวณสะพานหิน และนำเสาโกเต้งลง ดับโคมไฟทั้ง 9 เป็นเสร็จพิธีกินเจที่ภูเก็ต

วันที่สิบ เป็นวันส่งเจ้ากลับ

อาหารเจ



อาหารเจ

อาหารเจนับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ และไม่มีพิษต่อร่างกาย เพราะได้โปรตีนจากถั่วต่างๆ และยังย่อยง่ายเป็นการแบ่งเบาภาระของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย ผู้ที่รับประทานเจ สามารถเลือกส่วนผสมดังต่อไปนี้มาปรุงอาหารได้ คือ ข้าวกล้อง (ใช้แทนข้าวขาว) โปรตีนเกษตร (แทนเนื้อสัตว์) ผักสด เห็ดหอม ถั่วนานาพันธุ์ เต้าหู้ แป้งหมี่กึง และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำเป็นอาหารชนิดต่างๆ ปัจจุบันมีเมนูอาหารจำนวนมาก ซึ่งหลายเมนูทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ได้เหมือนจริง เช่น ขาหมูเจที่ทำจากแป้ง และถั่ว ฯลฯ

ความแตกต่างของ "เจ" กับ "มังสวิรัติ"


อาหารเจ

หลายคนอาจสงสัยว่า "กินเจ" ต่างกับ "กินมังสวิรัติ" อย่างไร เพราะอาหารมังสวิรัติก็เป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกัน แต่มังสวิรัติสามารถทานผักได้ทุกชนิด แต่อาหารเจ ต้องเว้นผักฉุน 5 ประเภท คือ ผักชี กระเทียม หัวหอม (รวมทั้งหอมแดง หอมขาว หัวหอมใหญ่ ต้นหอม) หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน ไม่ค่อยพบในประเทศไทย) กุยช่าย และใบยาสูบ รวมทั้งของเสพติดทุกชนิด และยังต้องประพฤติศีลร่วมด้วย จึงจะเป็นการถือศีลกินเจที่แท้จริง ขณะที่มังสวิรัติ หมายถึง การไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น

หลักธรรมในการกินเจ
การกินเจตั้งมั่นอยู่บนหลักธรรมสำคัญ 2 ประการ

1. การดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น คือ ไม่เอาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายมาต่อเติมบำรุงเลี้ยงชีวิตของตน, ไม่เอาเลือดของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเลือดของตน และไม่เอาเนื้อของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเนื้อของตัวเอง

2.การดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนตนเอง คือ จะรับประทานสิ่งใดเข้าไปต้องไม่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมเท่ากับเป็นการเบียดเบียนตนเอง ดังนั้นจึงมีการห้ามของมึนเมา สารเสพติด ขณะที่วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ยืนยันว่า เลือดและเนื้อของสัตว์ที่ถูกฆ่าตายเต็มไปด้วยพิษภัยมากมาย เนื้อสัตว์เหล่านี้จึงจัดเป็นพิษชนิดหนึ่งเช่นกัน การละเว้นจึงส่งผลดีต่อร่างกายอีกด้วย

การปฏิบัติตนในช่วงกินเจ
ช่วงเวลา 9 วันที่กินเจนั้น ผู้ที่ต้องการเป็นผู้ถือศีลกินเจอย่างครบสมบูรณ์ตามประเพณี ต้องปฏิบัติตัวดังนี้

1. งดเว้นเนื้อสัตว์ และทำอันตรายต่อสัตว์

2. งดนม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์

3. งดอาหารรสจัด ทั้งอาหารเผ็ด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด

4. งดผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เช่น ผักชี กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว กุยช่าย รวมทั้งใบยาสูบ และของมึนเมาต่างๆ เพราะผักดังกล่าวนี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นอกจากนี้ยังมีพิษคอยทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ

5. รักษาศีลห้า

6. ทำบุญทำทาน สำหรับคนที่เคร่งครัดจะนุ่งขาวห่มขาว

7. รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์

สำหรับผู้ที่เคร่งครัดมากๆ จะทานอาหารเฉพาะที่คนกินเจด้วยกันเป็นคนปรุงเท่านั้น รวมทั้งจะต้องล้างหม้อจนสะอาด แยกภาชนะสำหรับใส่เนื้อสัตว์ออก เพื่อปรุงอาหารเจเฉพาะ นอกจากนี้ยังจุดตะเกียงไว้ 9 ดวงตลอดช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน โดยไม่ปล่อยให้ดับ เพื่อเป็นพุทธบูชา และรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินเกิด

ประโยชน์ของการกินเจ

การกินอาหารเจ นอกจากจะเป็นการถือศีลรักษาประเพณี และละเว้นชีวิตแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

1. ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้หมดทำให้ ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ภายใน เพราะสารอาหารจากพืชผักและผลไม้จะช่วยให้ระบบขับถ่ายและการย่อยเป็นปกติ

2. เมื่อรับประทานเป็นประจำ โลหิตจะถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ต่างๆ ของร่างกายเสื่อมสลายช้าลง ทำให้อายุยืนยาวมีผิวพรรณสดชื่นผ่องใส ร่างกายแข็งแรงรู้สึก มีสุขภาพดี

3. อวัยวะหลักสำคัญภายใน ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด และอวัยวะประกอบคือ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาอาหาร ถุงน้ำดี แข็งแรงทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์

4. ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่างๆ ได้แก่ สารเคมี ยาฆ่าแมลง มลภาวะ และก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม ไอเสียจากเครื่องจักร เครื่องยนต์ ซึ่งสารอาหารในพืชผัก จะช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายสามารถทนต่อการทำลายจากรังสีต่างๆ ได้

5. สามารถต้านทานสารพิษได้สูงกว่าคนปกติ ในบรรดาผู้ที่ทานเจมักไม่ปรากฎโรครุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ฯลฯ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ย่อยอาหารและทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งในกระเพาะและลำไส้ โรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อย โรคเหล่านี้จะไม่พบเลยในกลุ่มคนผู้ที่รับประทานอาหารเจ อาหารพืชผักและผลไม้เป็นประจำ

6.การกินเจทำให้เกิดความเมตตา เกิดความสงบสุขุม อารมณ์ไม่ฉุนเฉียว ไม่โมโหง่าย ซึ่งจะช่วยเกื้อกูลส่งเสริมให้บารมีธรรมสูงขึ้นเรื่อยๆ

7.หยุดการสร้างบาป เวรกรรม ทำให้ไม่เกิดการอาฆาต พยาบาท จึงปราศจากศัตรูทั้งมนุษย์และสัตว์ที่คิดมุ่งทำร้ายตามจองเวร


การกินเจนอกจากจะช่วยซ่อมแซมร่างกายของตัวเองแล้ว ยังหยุดการเบียดเบียนผู้อื่น เป็นการสร้างกุศลอิ่มใจแล้วก็อิ่มบุญอีกต่อ ใครที่ไม่เคยกินเจ จะเริ่มในปีนี้ (29 กันยายน – 7 ตุลาคม) ก็ไม่สายเกินไปนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

<a href="http://damkwan.com/topic/34701">แจก เพลงเด็ก ตัวเลขมหัศจรรย์ สื่อการเรียนรู้ .mp3 (10 เพลง)</a>
            http://damkwan.com/

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ปุ๊กกี้ - ปริศนา"

แม่เจ้า!! "ปุ๊กกี้ เปลี่ยนไป

"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"
"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"
"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"
"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"
"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"
"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"
"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"
"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"
"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"
"ปุ๊กกี้ - ปริศนา"

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วัดล้านขวด

วัดล้านขวด วัดที่สร้างจากขวดใช้แล้ว 2 ล้านใบ

วัดล้านขวด วัดที่สร้างจากขวดใช้แล้ว 2 ล้านใบ 



 

ที่ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย เจ้าอาวาสแห่งวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือ วัดล้านขวด หลวงปู่ลอด ถิระคุโนและพระลูกวัด ได้สร้างวัดขึ้นจากขวดแก้วที่ใช้แล้วนับล้านขวดด้วยตัวเอง โดยขวดทั้งหมดได้ไปเก็บเอามาจากข้างถนนภายในอำเภอขุนหาญ และอำเภอข้างเคียง รวมทั้งมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศส่งมาบริจาคให้วัด การใช้ขวดใช้แล้วแทนวัสดุก่อสร้างอย่างอื่นๆช่วยทำให้วัดประหยัดค่าก่อสร้าง ได้เป็นอันมาก และจนถึงขณะนี้( ค.ศ.2010) คาดว่าได้ก่อสร้างโดยใช้ขวดใช้แล้วประมาณ 2 ล้านขวด 

 

 

ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศมาเยี่ยมชมวัดเป็นจำนวนมาก จนถือได้ว่าวัดล้านขวดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด ศรีสะเกษ 

 

 

ยังมีเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับงานออกแบบและการรักษาสิ่งแวดล้อมมากมายทั่วโลก ได้เผยแพร่และชื่นชมวัดล้านขวดแห่งนี้อีกด้วย 

 

 

นอกจากวัดล้านขวดที่จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทยยังมีวัดที่สร้างจากขวดใช้แล้วอีกที่สงขลา บ้าน สวน สบาย ขะนำชมในโอกาสต่อไป 

 

 

 

 

 




 

 

 

20 อันดับสิ่งก่อสร้างแพงที่สุดในโลก ( อันดับที่ 20 ถึงอันดับที่ 11 )

20 อันดับสิ่งก่อสร้างแพงที่สุดในโลก ( อันดับที่ 20 ถึงอันดับที่ 11 ) 
ต่อ ไปนี้คือรายชื่อของสิ่งก่อสร้างหรือสิ่งที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น โดยใช้จำนวนเงินค่าสร้างเป็นมูลค่ามหาศาลที่สุด ที่โลกเคยคำนวนนับได้ 20 อันดับสูงสุด 
การ คิดมูลค่าไม่เกี่ยวข้องกับอัตราเงินเฟ้อ และไม่นับรวมถึงสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุโบราณที่ไม่อาจประเมินค่าได้ใน ปัจจุบัน เช่น ปิรามิด หรือ กำแพงเมืองจีน 
อันดับถูกจัดขึ้นในปี 2010 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราวันที่ 25 ธันวาคม 2010 อยู่ที่ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ เท่ากับ 30 บาท 

อันดับที่ 20 
ค่าก่อสร้าง 3.9 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านบาท 
Cosmopolitan of Las Vegas 
ประเทศสหรัฐอเมริกา 
 
โรงแรม คอนโดมิเนียม และคาสิโน อันหรูหราแห่งนี้ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมขนาด 2,200 ห้อง โรงแรมขนาด 800 ห้อง และคาสิโนขนาด 7,000 ตารางเมตร นอกจากนั้นยังมี ร้านค้า,ร้านอาหาร ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยงและสปา บนพื้นที่กว่า 45,000 ตารางเมตร รวมถึงโรงภาพยนต์ขนาด 1,800 ที่นั่ง ออกแบบโดย 2 บริษัทสถาปัตย์ของสหรัฐอเมริกา คือ Friedmutter Group และ Arquitectonica 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2010 

อันดับที่ 19 
ค่าก่อสร้าง 4.2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนสองหมื่นหกพันล้านบาท 
National Ignition Facility (NIF) 
ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ศูนย์ ปฏิบัติการวิจัยการใช้เลเซอร์แห่งชาติ National Ignition Facility (NIF) ตั้งอยู่ที่ Lawrence Livermore National Laboratory (LLNL) ใน Livermore, California 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2009 

อันดับที่ 18 
ค่าก่อสร้าง 4.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนสองหมื่นเก้าพันล้านบาท 
MIR 
ประเทศรัสเซีย 
 
MIR เป็นสถานีอวกาศที่นานาชาติร่วมใช้งานในโครงการทดลองต่างๆมากมาย สถานีอวกาศ MIR เป็นสถานีอวกาศที่ถูกออกแบบเป็นลักษณะตัวต่อ ( Module ) 7 ตัว โดยตัวหลักตัวแรก ( Corre Module)ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี 1986 และอยู่ในอวกาศนาน 15 ปี ก่อนตกลงมาสู่โลกในปี 2001 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1996 

อันดับที่ 17 
ค่าก่อสร้าง 4.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันล้านบาท 
Alcochete Airport 
ประเทศโปรตุเกศ 

Alcochete Airport สนามบินแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกศ 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2017 

อันดับที่ 16 
ค่าก่อสร้าง 4.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันล้านบาท 
Dubai International Airport (Terminal 3) 
ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

Dubai International Airport (Terminal 3) อาคารใหม่ของสนามบินแห่งชาติ แห่งกรุงดูไบ ออกแบบโดย ADPI บริษัทสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม แห่งประเทศฝรั่งเศส 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2008 

อันดับที่ 15 
ค่าก่อสร้าง 5.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนห้าหมื่นเก้าพันล้านบาท 
Hubble Space Telescope 
ประเทศ สหรัฐอเมริกา 

กล้อง โทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล คือกล้องโทรทรรศน์ในวงโคจรของโลกที่กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรีนำส่งขึ้นสู่วง โคจรเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1990 ตั้งชื่อตามนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ เอ็ดวิน ฮับเบิล กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลลอยอยู่นอกชั้นบรรยากาศของโลกทำให้มันมีข้อได้ เปรียบเหนือกว่ากล้องโทรทรรศน์ที่อยู่บนพื้นโลก นั่นคือภาพไม่ถูกรบกวนจากชั้นบรรยากาศ ไม่มีแสงพื้นหลังท้องฟ้า และสามารถสังเกตการณ์คลื่นอัลตราไวโอเลตได้โดยไม่ถูกรบกวนจากชั้นโอโซนบนโลก 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1990 

อันดับที่ 14 
ค่าก่อสร้าง 5.8 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสี่พันล้านบาท 
Hibernia Oil Field 
ประเทศ คานาดา 
 
แท่น ขุดเจาะน้ำมันใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ กลางมหาสมุทร ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณ Jeanne d'Arc Basin, St. John's, Newfoundland, Canada แท่นขุดเจาะ Hibernia มีน้ำหนักรวมประมาณ 1.1 ล้านตัน และภายในฐานของตัวแท่น บรรจุถังเก็บน้ำมันขนาด 1.3 ล้าน บาเรลล์ เอาไว้ จนถึงปี 2010 Exxon Mobil ผู้บริหารแท่นขุดเจาะน้ำมันแห่งนี้ ได้ดูดน้ำมันออกมาได้แล้ว 704 ล้าน บาเรลล์ จากที่คาดว่าทั้งหมดจะมีน้ำมันดิบ 1,395 ล้าน บาเรลล์ ( 1 บาเรลล์ เท่ากับ 159 ลิตร ) 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1995 

อันดับที่ 13 
ค่าก่อสร้าง 6 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนแปดหมื่นล้านบาท 
Akashi-Kaikyō Bridge 
ประเทศ ญี่ปุ่น 
 
สะพาน แขวนที่ยาวที่สุดในโลกแห่งนี้ ยาว 3,911 เมตร สูง 282.2 เมตร เชื่อมทางระหว่าง เมือง Kobe บนแผ่นดินใหญ่ Honshū กับเมือง Iwaya ของเกาะ Awaji บนสะพานมีถนนสำหรับรถยนต์ 6 เลน และมีรถยนต์วิ่งผ่านประมาณ 23,000 คัน ต่อวัน ค่าผ่านทางคันละ 2,300 เยน หรือประมาณ 900 บาท Akashi-Kaikyō Bridge ใช้เวลาก่อสร้างนาน 10 ปี 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1998 

อันดับที่ 12 
ค่าก่อสร้าง 6 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนแปดหมื่นล้านบาท 
Large Hadron Collider(LHC) 
ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ 
 
The Large Hadron Collider (LHC) คือเครื่องเร่งอนุภาคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีพลังงานสูงที่สุดในโลก( world's largest and highest-energy particle accelerator) เครื่องเร่งอนุภาคนี้นักวิทยาศาสตร์ใช้เป็นเครื่องมือในการวิจัยงานทางวิทยา ศาตร์ต่างๆมากมายที่มนุษยชาติยังไม่รู้ เช่นเรื่อง high-energy physics, quantum mechanics, general relativity และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย 
LHC ตั้งอยู่ในอุโมงค์ยาว 27 กิโลเมตร สร้างโดย the European Organization for Nuclear Research (CERN) 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2008 

อันดับที่ 11 
ค่าก่อสร้าง 6.2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ หนึ่งแสนแปดหมื่นหกพันล้านบาท 
Marina Bay Sands 
ประเทศ สิงคโปร์ 

Marina Bay Sands โรงแรมและคาสิโนที่ค่าก่อสร้างแพงที่สุดในโลกแห่งนี้ มีห้องพักทั้งหมด 2,560 ห้อง ผู้เป็นเจ้าของคือLas Vegas Sands Corp.แห่งสหรัฐอเมริกา 
Marina Bay Sands ออกแบบโดย Moshe Safdie ชาวปาเลสไตน์ ที่ปัจจุบันตั้งสำนักงานออกแบบอยู่ที่ประเทศคานาดา 
สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2010

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หนูให้พ่อเอาผิดด้วยหรือ

หนูแต่งงานมีสามีเป็นคนจีนอยู่ในตัวจังหวัด สามีรับเหมาก่อสร้างกับส่วนราชการต่างๆ หลังมีลูกด้วยกันแล้วสามีไม่ค่อยมีเวลาให้หนู เขาอ้างงานมาก ต้องคอยเอาใจพวกหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เดี๋ยวเลี้ยงรับ เลี้ยงส่ง วันเกิดฯลฯ ทำให้หนูต้องอยู่กับลูก2คน นานๆทีเขาถึงจะเย็ดหนู ส่วนตัวหนูดูภายนอกเป็นคนเรียบร้อย แต่ความจริงหนูเป็นคนเซ็กส์จัด ต้องการควยทุกคีน ตอนเป็นสาวหนูตกเบ็ดเกือบทุกคีน คงเป็นกรรมพันธุ์ทางพ่อ ก่อนแต่งงานหนูอยู่กับพ่อแม่ รวม3คน เพราะมีลูกคนเดียว ชีวิตหนูตั้งแต่เด็กจำความได้จนมีครอบครัว หนูได้ดูหนังสดเกีอบทุกคีน บ้านหนูยกพื้นสูงมีห้องนอนห้องเดียว ที่นอนหนูกับพ่อแม่กั้นด้วยตู้มีขา เวลานอนจะมองเห็นกัน ด้วยพ่อเป็นคนเซ็กส์จัด ทุกคืนแม่ต้องถูกพ่อเย็ด บางคืนแม่ไม่ยอมให้เย็ด หนุเห็นพ่อใช้มือชักควยพ่อจนเสร็จ เวลาจะเย็ดกันหนูได้ยินแม่บอกพ่ออย่าทำเสียงดัง เดียวลูกตื่น อยู่เสมอ แต่พอได้สักพักแม่เองส่งเสียงซีดซาด ครวญคราง จนเหงือหนูไหล เกร็งตัว ช่วยตัวเองไปพร้อมๆกับแม่ จะไม่ให้แม่ลืมตัวได้อย่างไร เพราะหนูเห็นพ่อโลมเลียแม่ตั้งแต่ฝ่าเท้า ต้นขารูตูด รูหีจับแม่พลิกไปพลิกมา จนแม่ต้องร้องขอ เพราะแม่คงเงี่ยนจัด หนูเห็นพ่อแกล้งแม่เสมอๆจนแม่ทนไม่ไหวเป็นฝ่ายขึ้นขย่มพ่อเสียเอง ขนาดหนูนอนดูน้ำหนูไหลกกน.เปียกแทบทุกคืน ส่วนแม่นั้นรอบคอ หน้าอก ต้นแขน จะมีแต่รอยจ้ำรอยฟันของพ่อทั้งนั้น เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ฝังอยู่ในใจหนู หนูอยากให้สามีหนูทำกัยหนู เหมือนพ่อทำแม่ หนูพยายามหลายครั้งหลายหนก็ไม่สำเร็จ เขาไม่ชอยเล้าโลม จะสอดใส่กระเด้าๆๆๆหนูยังไม่ทันตั้งตัว น้ำอุ่นๆพุ่งปรีดหนูก้ทำเป็นเสร็จ เขาพลิกตัวหลับกรนเสียงดัง ส่วนหนูลืมตาโพลงใช้มือช่วยนึกถึงบทบาทของพ่อทีเย็ดแม่ซึ่งมันฝังอยู่ในใจ หนูมานานจนเสร็จ ยิ่งมาระยะหลังนี้เขาทิ้งให้หนูอยู่กับลูกเท่านั้น ต่อมาแม่หนูเสียเพราะเป็นเนื้องอก ทำให้พ่อต้องอยู่คนเดียว พ่อคงเหงาคิดถึงแม่ หนูต้องกลับไปเยียมพ่อบ่อยๆ พ่อได้เล่นกับหลานคลายเหงาได้บ้าง หนูพักกับพ่อ2-3คืน กลับมาอยู่กับผัว ขณะที่อยู่กับพ่อหนุคิดวางแผนคืออยากได้ประสบกามอย่างพ่อเย็ดแม่ หนูคิดได้ว่าพ่อชอบดูหนังXอยูเสมอ หนูเลือกหนังจากแคตล็อก เลือกเอา DVD ที่เรื่องแม่เย็ดกับลูกชาย พี่เย็ดนัอง และที่มากคือพ่อเย็ดลูกสาว โทรสั่งพร้อมส่งเงีน แต่ให้ส่งของในนามพ่อ ลงชื่อเพือนผู้ส่ง โทรเช็คของบอกว่าส่งมาแล้ว กะให้พ่อได้ดูหนังแล้ว บอกสามีว่าจะเอาหลานไปเยียมปู่สัก2-3วันเหมือนเคย สามีบอกว่าปู่คงเหงาให้อยู่กับปู่สักอาทิตย์หรือมากกว่านั้นก็ได้ พ่อเห็นหนูมาเยียมกับลูก พ่อแสดงความดีใจจนหนูแอบขำในใจ พ่อคิดว่าไม่มีใครรู้เรื่อง DVD นั้น พ่อรีบมาอุ้มหลานพร้อมดึงหนูเข้ามากอดหอมแก้มหนูฟอดใหญ่ อาหารเย็นวันนี้ส่วนใหญ่เป็นกับแกล้ม พ่อดื่มเหล้าบางๆ ส่วนหนูดื่มเบียร์เบาๆ จากนั้นหนูขอตัวอาบน้ำ กล่อมลูกนอน หนูแกล้งใส่ชุดนอนบางๆ ให้เหมือนเรื่องในหนัง ใจหนูคิดๆๆๆๆคืนนี้ต้องให้พ่อเย็ดให้ได้ หนูอยากมากๆๆๆ มานั่งรินเหล้าให้พ่อ สังเกตุพ่อจะจ้องหนุมากๆๆหนูรู้ทัน แกล้งเมาเบียร์ ชนแก้วกับพ่อ พ่อขอตัวไปอาบน้ำ หนูกำหนดเวลา10นาที ถ้าเสร้จหนูมีรางวัลให้ พ่อมาหอมแก้มหนุก่อนไปอาบน้ำ พร้อมถามรางวัลอะไร หนูหอมแก้มพ่อพร้อมแอ่นตัวให้หีไปชนควยพ่อซึ่งหนูแอบสังเกตุจึงรู้ว่ามันพอง ตัวแล้ว พ่อกอดหนูไว้จนหนูบอกให้ไปอาบน้ำเดี๋ยวหมดเวลานะ พ่อรีบไปตามบัญชาของหนู ไม่ถึง10นาทีพ่อกลับมาในกางเกงแพรตัวใหม่ที่หนูซื้อมาฝาก พ่อยกแก้วดื่มหนูป้อนกับแกล้ม หนูแกล้งให้ถั่วที่ป้อนพ่อล่วงจากปากตกไปที่กางเกงพ่อ หนูแกล้งเก็บถั่วโดยมือต้องโดนควยของพ่อแน่ๆ หนูทำเป็นไม่รู้บัดนี้มันพองตัวอีกแล้ว หนูแกล้งทำเมาให้มือถูควยพ่อจังๆ พ่อถอนหายใจฟืดฟาด จ้องหน้าอกหนู หนูก็ก้มให้ท่าน หนูแกล้งขอให้พ่อลุกไปหยิบของ ความจริงไม่ต้องการของ แต่อยากดูควยของพ่อตอนนี้มันแข็งพองตัวในกางเกวแพร พ่อบอกว่าลุกไม่ขึ้นขอให้หนูช่วยพยุงด้วย หนูได้โอกาศรีบลุกกอดพ่อให้ลุกขึ้นโดยใช้โอกาศนี้เบียดนม เบียดหีให้โดยควยพ่อมากที่สุด พ่อคงคิดว่าได้โอกาศเหมือนกัน หีของหนูจึงรู้สึกว่าโดยควยจังๆ เสียแต่ว่ามันมีผ้ากั้นเทานั้น พ่อถามหารางวัลหนูบอกว่าอยู่ในห้องนอนพ่อ พ่อแกล้งเมาเดินเซ เหมือนเรื่องในหนัง หนูรู้รีบประคองพ่อได้ทีกอดหนูแน่นมาก หนูพยายามทำทีประคองแต่แอบปลดกางเกงพ่อหลุด เหยียบกางเกงแกล้งล้มด้วยกันพ่อไม่สวมกกน.ปล่อยควยซึ่งแข็งโปกทับบนตัวหนู พ่อไม่ยอมปล่อยหนู พ่อหายใจแรงฟืดฟาดกอดรัดหนู หนูแกล้งผลักพ่อให้ปล่อย เหมือนยุให้พ่อคึกมากขึ้น หนูอยากโดยพ่อทำเหมือนทำกับแม่ หนูแกล้งยกเท้าทำท่าถีบ ได้ผลพ่อจับเท้าเริ่มโลมเลีย ลิ้นพ่อสากมากๆยิ่งตอนพ่อดึงกกน.ออกแล้วฝังใบหน้าประกบหีหนู ลิ้นพ่อเซาะควาน เลีย ดูดตูดหีโอย.. หนูมีความสุขมาก..พ่อจ๋า.. พอแล้ว..ๆๆๆ..ใจจะขาดแล้ว..เย็ดเถอะ..พอแล้ว..โอย..เย็ดเถอะ.. พ่อจับขาหนูแยกพร้อมจ่อควยหนูจับควยพ่อเขี่ยแตด2-3ที จ่อตรงรูพ่อรีบกดควยเข้าหี หนูบอกเบาๆก่อน เพราะควยพ่อใหญ่กว่าของผัว พ่อเริ่มซอยเบาๆ แทงซ้ายแทงขวา จากคลานเป็นคุกเข่า กลายเป็นนั่งยองๆๆพ่อสอดมือเข้าท้ายทอยดึงหนูกึ่งนั้งกึ่งนอนดูควยพ่อเข้าหี หนูแล้วพ่อจับหนูโก้งโค้ง พ่อเย็ดจากข้างหลัง ไม่ว่าท่าไหนพ่อทำได้ดีมาก พ่อพลิกหนูขึ้นข้างบนจับเอวหนูโยกบดขยี้หีถูแตดโอย..หนูถึงสวรรค์..ตั้งหลาย รอบแล้ว พ่อจับหนูนอนท่าปกติจับขายกขึ้นพ่อกระเด้าอย่างแรง มดลูกหนูพังแน่ๆเลย พ่อรัดหนูอย่างแรง ควยพ่อพ่นน้ำเข้าหีหนูจนเอ่อทะลักไหลย้อย หนูเป็นสุขมาก สักพักพ่อลุกขึ้นชักควยออกพ่อก้มลงดูดเลียหีให้หนูอีก หนูต้องขอพักก่อน คืนนั้นพ่อนอนกอดหนูตลอดคืน รุ่งเช้าพ่อเย็ดหนูอีกรอบ หีหนูบวมหมดเลย หนูพักกับพ่อ3คืนอิ่มควยมากเลย สมใจหนูมาก หนูกลับบ้านสามีเพื่อพักเอาแรง 2คืน พ่อโทรตามต้องมาให้พ่อเย็ดเป็นอย่างนี้เสมอ เราสองพ่อลูกต่างมอบความสูขให้กันและกัน ใครจะว่าเราทำผิดก็ยอม ทุกคนเกิดมาต่างก็แสวงหาความสุขใส่ตัวมิใช่หรือ ไอ้พวกโกงบ้าน กินเมือง ค้าของเถือน ล้วนแล้วแต่หาผลประโยชน์เพื่อความสุขมิใช่หรือ นี่มันหีของหนู หนูดูแลรักษาความสะอาดเองหนูจะให้ใครเย็ดมันเป็นเรื่องของหนู บางคนคิดว่าหนูแต่งเรื่องขึ้นเอง หนูขอรับรองว่าเรื่องจริงของหนูจะไปสาบานที่ไหนก็ได้ และที่ให้พ่อเย็ดเพราะสงสารพ่อรู้อยู่ว่าพ่อชอบเย็ดและสนองความต้องการของ ตัวเอง หนูผิดด้วยหรือที่ทำให้พ่อมีความสุข