วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

รักแท้นั้นมีอยู่จริง

รักแท้นั้นมีอยู่จริง

เจ้า ตัน จุมพิตแฟนหนุ่ม ว่าน หยัง ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคลูคีเมีย จากแพทย์ที่โรงพยาบาลในเมืองเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 1ก.พ.ที่ผ่านมา สำหรับคู่รักคู่นี้ ได้พบกันจากการโทรศัพท์ผิดเบอร์ แต่เกิดถูกชะตา จึงสานสัมพันธ์รักต่อกัน และได้เปิดร้านอาหารเล็กๆร่วมกัน แต่พอว่าน หยัง ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว แฟนสาวจึงตัดสินใจขายกิจการทิ้งเพื่อนำเงินมารักษาแฟนหนุ่ม และได้กล่าวกับแฟนหนุ่มว่า “เธอจะต้องหายป่วย เพื่อพาฉันไปถ่ายภาพแต่งงานที่เกาะไหหลำตามสัญญานะ”
หวง เต๋อเซิง สามีวัย 104 ปี (ซ้าย) และ เฉิง อินจื่อ ภรรยาวัย 99 ปี ฉลองวันวาเลนไทน์ครั้งแรก ด้วยช่อดอกกุหลาบรูปหัวใจขนาดใหญ่ ที่เมืองเล่อผิง มณฑลเจียงซี

หวัง ซิ่วอวิ๋น (ซ้าย) กำลังรับช่อดอกกุหลาบจากสามีวัย 93 ปี (ขวา) อี้ว์ ซิงเป่า ที่หมู่บ้านคงจยา เมืองจี่หนาน มณฑลซันตง โดยเป็นการฉลองการครองรักอันยาวนานถึง 74 ปี ของคู่รักยืนยงทั้งสองนี้ 

นกแก้วคู่รักในสวนสัตว์เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู กำลังจู๋จี๋กันหวานชื่น 

 ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย ประดับตัวอักษร LOVE 3 มิติขนาดใหญ่หน้าห้าง เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ เช่นเดียวกับห้างร้านอื่นๆ ที่ตกแต่งสร้างบรรยากาศวันแห่งความรักเพื่อดึงดูดลูกค้า 

การแข่งขันจูบมาราธอน ในเมืองพัทยา ซึงมีคู่รักทั้งชาย-หญิง และชาย-ชาย 14 คู่เข้าร่วมทำลายสถิติโลกสำหรับการจูบที่ยาวนานที่สุด ชิงเงินรางวัลกว่า 200,000 บาท และแหวนเพชรอีก 1 วง 

นกฟลามิงโก 2 ตัวหันหน้าเข้าหากันทำให้มองเห็นเหมือนรูปหัวใจ ในสวนสัตว์ฮิกาชิมัตซึยามะ ในจังหวัดไซตามะ ของญี่ปุ่น

บลอนดี้ น้องหมาอิงลิชค็อกเกอร์สแปเนียล และกาตาร์ น้องหมาอเมริกัน สตาฟฟอร์ดเชียร์ เทอร์เรีย เข้าร่วมพิธีแต่งงานกัน เพื่อโปรโมตกฎหมายคุ้มครองสัตว์ในกรุงมานากัว ประเทศนิการากัว

นักรณรงค์เดินแจกถุงยางอนามัย ที่ตกแต่งด้วยคำขวัญรูปหัวใจเรียกร้องให้ผ่านกฎหมายสนับสนุนการสืบพันธ์ ในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ขณะที่กฎหมายฉบับดังกล่าวถูกคัดค้านโดยคริสตจักรโรมันคาทอลิก

นักศึกษาชาวปากีสถานมอบดอกไม้ และการ์ดวันวาเลนไทน์ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อฝากไปให้แก่มาลิก มุมตัซ ฮุสเซน กอดรี นักโทษที่รับสารภาพว่าสังหารผู้ว่าการรัฐปัญจาบ นักการเมืองหัวเสรีนิยม ซึ่งสนับสนุนให้ยกเลิกกฎหมายดูหมิ่นศาสนาอันต้องได้รับโทษถึงขั้นประหาร ชีวิต

ผู้ชุมนุมชาวอิรักในกรุงแบกแดดถือป้ายรูปหัวใจขนาดใหญ่สีแดง เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำของพวกเขารักประเทศของตัวเอง ที่ตกอยู่ในภาวะสงคราม มากกว่าช่วงชิงทรัพยากรของประเทศ

การคล้องแม่กุญแจบนสะพานทัมสกี ซึ่งรู้จักกันว่าเป็นสะพานแห่งคู่รัก ในเมืองวรอคลอว์ ประเทศโปแลนด์ โดยหนุ่มสาวจะมาคล้องแม่กุญแจกันเพื่อแสดงความรักของพวกเขา และโยนลูกกุญแจทิ้งลงแม่น้ำโอเดอร์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของรักที่ยั่งยืนตลอดไป

เจมส์ โอลิเวอร์ ผู้ดูแลพิพิธภันฑ์สัตว์น้ำลอนดอน อะควาเรียม ในเมืองหลวงของอังกฤษ เข้าพิธีแต่งงานในตู้ปลากับแฟนสาว โดยมีสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ ทั้งปลา และเต่าร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันวาเลนไทน์

"ห้องช็อกโกแลต" ขนาด 17 ตารางกิโลเมตร ทำขึ้นจากช็อกโกแลตหวานหอมทั้งหมด 300 กิโลกรัม ตั้งแต่พื้นไปจนถึงเพดาน ด้วยฝีมือของช่าง 7 คน จัดแสดงในศูนย์การค้าวิลเนียส ของลิทัวเนีย ซึ่งฝ่ายผู้จัดเผยว่าจะให้ลูกค้าของห้างได้ลิ้มรสห้องช็อกโกแลตนี้แน่นอน

ชาวตูนีเซียอาจจะฉลองวันแห่งความรักแตกต่างออกไป โดยถือป้ายสุขสันต์วันแห่งอิสรภาพ เพื่อฉลองครบ 1 เดือนที่พวกเขาสามารถขับไล่ประธานาธิบดีจอมเผด็จการ เบน อาลี ออกจากอำนาจที่ครองมาถึง 23 ปีไปได้

คู่รักหนุ่มสาวแสดงความรักด้วยการจูบกันท่ามกลางน้ำพุ ณ เรโวลูชัน สแควร์ ในกรุงเม็กซิโก ซิตี เนื่องในวันวาเลนไทน์

คู่แต่งงานใหม่คู่หนึ่งนั่งจักรยานรอบกรุงลิมา หลังเข้าพิธีมงคลสมรสกันแล้วในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่ทั่วโลกก็ฉลองเทศกาลนี้กันด้วยดอกกุหลาบ และช็อกโกแลต 

พิธีแต่งงานหมู่ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นสูงจากพื้นดิน 12,050 ฟุตบนพื้นที่เลิฟแลนด์ สกี แอเรีย ในโคโลราโด ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 20 โดยมีคู่รักมากกว่า 75 คู่ ที่จะร่วมหอลงโลงกันที่นี่ หรือกลับมาระลึกความหลังกันอีกครั้งในเทศกาลแห่งความรัก โดยมีทั้งเชมเปญ เค้ก และดนตรีพร้อมในงาน 

เวเนซุเอลาก็เป็นอีกประเทศที่จัดให้มีการสมรสหมู่ในวันวาเลนไทน์ โดยมีคู่รักนับร้อยคู่เข้าพิธี และฉลองสมรสกันในกรุงการากัส
นอกเหนือหญิงชายที่ร่วมแสดงความรักกันในวันวาเลนไทน์แล้ว ชาวสีรุ้งทั้งหลาย ทั้งเกย์ และเลสเบี้ยนก็ฉลองวันแห่งความรักนี้ด้วย อย่างเช่นที่ในเปรู

สถานที่ทรงพระประสูติกาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ยินดีต้อนรับ พบกับเรื่องราวน่าสนใจ อัพเดทเป็นประจำที่นี่ครับ ^^

สถานที่ทรงพระประสูติกาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขอนำท่านสู่เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเสตส์ สหรัฐอเมริกา
สถานที่ทรงพระประสูติกาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหาราช
  
Cambridge : Massachusetts : USA   

December 5 1927 
8:45 A.M 
 


Mount Auburn Hospital 
330 Mount Auburn Street, Cambridge, MA 02138

โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเสตส์ สหรัฐอเมริกา
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก
และเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
โรงพยาบาลแห่งนี้ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำชาร์ลส์ ( Charles River )
 


วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 เวลา 08.45 นาฬิกา
ดร.ดับเบิลยู สจ๊วต วิทท์มอร์ (Dr. W. Stewart Whittemore) และคณะแพทย์
ได้ปฏิบัติภารกิจทางการแพทย์ที่สำคัญยิ่งครั้งหนึ่งของโลก
นั่นคือ ถวายการประสูติแด่หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา
หม่อมในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์
ซึ่งทรงประทับศึกษาวิชาการแพทย์ ณ มหาวิทยาฮาวาร์ด อันไม่ห่างจากโรงพยาบาลนัก

ภาพ เสด็จเยือนนครบอสตันและโรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2503
และทรงพบกับ ดร.ดับเบิลยู สจ๊วต วิทท์มอร์ รวมทั้งคณะพยาบาลที่ถวายพระประสูติกาลด้วย
ทรงพระราชทานของที่ระลึกแด่ ดร.วิทท์มอร์ มีข้อความด้วยว่า

To my first friend, Doctor Whittmore, with Affectionate regard
แด่มิตรคนแรกของฉัน ดร.วิทมอร์ ด้วยความระลึกถึงและรักใคร่


คณะพยาบาลโรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 4 ท่าน
ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงตลอดเวลาที่ทรงประทับอยู่ในโรงพยาบาล ปรากฏนามดังนี้

1. มิสซิส เลสลี่ เลห์ตัน 2. มิสซิส เจนนีเวยฟ เวลตัน
3. มิสซิส มาร์กาเลต เฟย์ 4. มิสซิส รูธ อาร์ริงตัน

 

ข้อความในสูติบัตรของโรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น แปลได้ความว่า

      เข้าโรงพยาบาลวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ.1927 เวลา 8.45 น. ชื่อสงขลา ทารกชาย ที่อยู่ 63 ถนนลองวู้ดอเวนิว บรุกไลน์, แมสซาชูเซตต์ ศาสนาพุทธ นายแพทย์วิทท์มอร์ ผู้มาจดทะเบียน   มหิดลสงขลา จำนวนวันที่อยู่ในโรงพยาบาล 20 วัน ออกจากโรงพยาบาลวันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 1927 เวลา 10.45 น.
 


พระโอรสผู้ประสูติแต่หม่อมสังวาลย์ในครั้งนั้น บัดนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า
คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี
(พระองค์กลาง)

ดวงพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช


พระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงพระเยาว์
 

Mount Auburn Today.. 
 


ด้านหน้าโรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น
 


พระบรมฉายาลักษณ์
ทรงมอบให้เป็นที่ระลึกแก่โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น สถานที่ทรงพระประสูติกาล
ปัจจุบันประดิษฐานอยู่บนชั้นที่ 5
 


ข้อความใต้พระบรมฉายาลักษณ์
 


ชั้นที่ 5 ระบุ "The Birth Place" 
 



ป้าย มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เมืองเคมบริจจ์ รัฐแมสซาชูเสตส์
 



รูปปั้น จอห์น ฮาวาร์ด ผู้ริเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด
ซึ่งนักศึกษานิยมมาเกาะที่รองเท้าของเขาเพื่อขอให้โชคดีทางการศึกษา
สังเกตรองเท้าด้านขวาจะสดใส เพราะมือนักศึกษาและนักท่องเที่ยวนับล้านที่สัมผัส
 


King Bhumibol Square 
จตุรัสภูมิพล ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตส์
ที่รำลึกถึงสถานที่ทรงมีพระประสูติกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


โฟกัส ชัดๆ
 


จารึก ณ ภูมิพลสแควร์
 


ข้อความบนจารึก ณ จตุรัสภูมิพล เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตส์
 

  
ประกาศ

 

โดยที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489

     โดยที่ตามความในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 9 การสืบราชสมบัติ ให้เป็นไปตามนัยแห่งกฎหมายมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 และประกอบด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา

โดยที่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นเจ้านายเชื้อพระบรมวงศ์ที่ร่วมพระราชชนนี ตามความในมาตรา 9 (8) แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พุทธศักราช 2467

โดยที่รัฐสภาได้ลงมติ ณ วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 แสดงความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ในการที่จะอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ต่อไป ตามความในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 9

      จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ได้ขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 เป็นต้นไป
     ประกาศ ณ วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489

ปรีดี พนมยงค์ 
นายกรัฐมนตรี

 

Highlight ! 



ใครว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแต่เพลงแจ๊ส
แท้ที่จริงแล้วทรงเป็นหลายแนว แม้แต่กีร์ต้าโปร่งแบบคันที่ร็อคพระองค์ก็ทรงเอ๊กเปิร์ต
ถ้าเป็นอเมริกันก็ต้องระดับอีเกิ้ลส์เท่านั้น
 

ผมเอาแคเหราะมาฝาก อยากให้คุณแข็งแรง แก้มคุณจะได้แดง แดงเหมือนสีแคเหราะ...
ก่อนที่เพลง "เด็กดอยใจดี" จะดังนั้น
ใครบ้างจะรู้ว่า ผู้ที่นำแครอทมาเผยแพร่จนกลายเป็นเพลงนั้น
คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 

Long life the King ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน  

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

5 วิธีสร้างวินัย... สร้างความสำเร็จ

5 วิธีสร้างวินัย... สร้างความสำเร็จ

5 วิธีสร้างวินัย... สร้างความสำเร็จ

ความสำเร็จ

5 วิธีสร้างวินัย... สร้างความสำเร็จ (Lisa)

          ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นได้เอง และสิ่งหนึ่งที่จะทำให้คุณสร้างมันขึ้นมาได้ ก็คือ การมีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิตและการทำงานของคุณนั่นเอง และข่าวดีก็คือการสร้างระเบียบวินัยในชีวิตเป็นเรื่องไม่ยากเลย

          1. เดินให้ไกลขึ้น เราหมายความตามนั้นจริง ๆ จอดรถให้ไกลกว่าจุดหมายปลายทางของคุณ เลือกนั่งในจุดที่ไกลที่สุดในที่ทำงาน การเลือกทำอะไร ๆ ที่ยากขึ้นเล็กน้อยในเรื่องง่าย ๆ จะเป็นการฝึกให้คุณเคยชินกับการทำอะไรที่ท้าทาย และเมื่อคุณเจอสิ่งที่ท้าทายเข้าจริง ๆ คุณก็จะไม่รู้สึกท้อถอยกับมัน

          2. เผชิญหน้ากับทุกอย่าง เจ้า นายโทรมาสั่งว่า "มาที่ห้องผมเดี๋ยวนี้" แต่คุณกลับหาเรื่องอ้อยอิ่งเสียอย่างงั้น หยุดตัวเองได้แล้ว คุณกำลังพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ หายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็ลุกไปหาเจ้านายเดี๋ยวนี้ การเผชิญหน้ากับความกลัวของคุณไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม มันทำให้คุณกล้าขึ้นและมีวินัยในตนเองมากขึ้นที่จะทำในสิ่งที่จะต้องทำโดย ไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป

          3. เลิกคาเฟอีน คุณดื่มกาแฟวันละกี่แก้ว? ลดการกินของคุณลงวันละแก้ว ตัวอย่างเช่น ถ้าปกติคุณดื่มสามแก้วก็ลดลงเหลือแค่สองแก้ว หรือไม่ก็ดื่มกาแฟแบบไร้คาเฟอีนแทน การลดการพึ่งพาในสารเสพติดแม้จะเพียงเล็กน้อย เป็นการเอาชนะที่ยิ่งใหญ่และจะทำให้วินัยในตนเองของคุณเข้มแข็งขึ้น

          4. คิดก่อนพูด การพล่ามอะไรบางอย่างออกไปโดยไม่ทันได้คิด อาจทำให้คุณไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งก็เป็นได้ ฉะนั้น ก่อนพูด ถามตัวเองว่า "ฉันอยากจะพูดเพื่ออะไร" ถ้าคุณแค่อยากพูด คุณก็อาจไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ วางวินัยให้ตัวเองพูดอย่างชาญฉลาดด้วยการคิดก่อนพูดเสมอ

          5. สร้างพันธะสัญญา พูด ถึงสิ่งที่คุณต้องการทำออกมาดัง ๆ เขียนมันลงไปในกระดาษด้วย เพื่อให้มันเป็นพันธะสัญญาของคุณ แล้วก็ลงมือทำตามนั้น เริ่มด้วยสิ่งเล็ก ๆ ที่คุณสามารถทำได้ การรักษาคำพูดของตัวเองเป็นสิ่งที่วิเศษมากในการสร้างวินัยและสร้างชื่อ เสียงที่ดีให้คุณด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เจ้าแม่กวนอิม

 เจ้าแม่กวนอิม, ประวัติ พระโพธิสัตว์กวนอิมในตำนานฝ่าย

觀音, 觀世音 เจ้าแม่กวนอิม, ประวัติ พระโพธิสัตว์กวนอิมในตำนานฝ่ายจีน
พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา มาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดาองค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง ซึ่งมีราชธิดา 3 องค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัยเป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด

ต่อ มาองค์หญิงสามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำองค์หญิงสามไปอยู่ที่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ไม่เกี่ยงงานการต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไป พร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้

พระเจ้า เมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก โดยเข้าพระทัยว่านายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก

ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซีย
งซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม วันที่ 19 เดือน 6 ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก

ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระองค์ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้าง เพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่า ภายหลังสำเร็จอรหันต์ ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปาฏิหารย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์หญิงเมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน


คาถาสวดพระนามพระโพธิสัตต์กวนอิม
นำโม กวงซีอิม ผู่สัก ( 3 หรือ 5 หรือ 9 จบ)

พระแม่กวนอิมพระมหาโพธิสัตว์
นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโค่ว กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก ( กราบที่ 1 )
นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโค่ว กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก ( กราบที่ 2)
นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโค่ว กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก ( กราบที่ 3)
นำ โมฮู๊ก นำโมหวบ นำโมเจ็ง นำโมกิวโค่ว กิวหลั่ง กวงสี่อิมผู่สัก ทั่งจี้โต โอม เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต เกียออฮวดโต ล้อเกียฮวดโต ล้อเกียฮวดโต ซ่าผ่อออ เทียงล้อซิ้ง ตี่ล้อซิ้ง นั้งลี่หลั่ง หลั่งหลีซิง เจ็กเฉียก ใจเอียง ห่วยอุ่ยติ๊ง นำโมม่อออ ปวกเยี่ยปอล้อบิ๊ก ( กราบ 1 จบ )
พระโพธิสัตว์กวนอิมปางต่างๆ
พระโพธิสัตว์กวนอิมปางยืนบนดอกบัว
พระแม่กวนอิมปางยืนบนดอกบัว ทรงอยู่ในปางประทานพร เป็นปางที่เพิ่ง บำเพ็ญบารมี สำเร็จ พระแม่กวนอิมเมื่อเป็นมนุษย์พระชาติสุดท้ายทรงเกิดในสมัย ราชวงศ์ซิงหลิง แห่ง อาณาจักรซิงหลิงของจีนซึ่งอยู่ในยุคของพระพุทธเจ้ามหากัสสปะ หรือ พระอมิตาพุทธ ของจีน จักรพรรดิเมี่ยวจวงผู้ปกครองอาณาจักรซิงหลิงมีพระธิดา ๓ องค์ องค์ที่ ๓ ชื่อ เมี่ยวซัน เป็นผู้มีเมตตาและชอบถือศีลกินเจ แต่เมี่ยวจวงผู้เป็นพระบิดาไม่เห็นด้วยและ พยายามขัดขวาง เช่นครั้งหนึ่งขณะที่พระธิดาเมี่ยวซันบำเพ็ญ ที่เกาะโพวถ่อซัว ก่อนที่จะ สำเร็จโพธิจิต พระเจ้าเมี่ยวจวงได้ยกทัพใหญ่มาชัดขวาง บุกขึ้นเกาะทำลายบ้านเรือน เผา โรงเจของพระธิดา แต่พระธิดาเมี่ยวซันไม่หนี พระอินทร์หรือเง็กเซียนฮ่องเต้ ต้องใช้ อิทธิฤทธิ์ทำให้พระธิดาลอยขึ้นไปบนฟ้าแล้วดับไฟทั้งหมด พระธิดาได้เทศน์โปรดจน พระบิดาสำนึกบาปกลับใจหันมาบำรุงพระศาสนา ตอนพระธิดาเมี่ยวซันลอยลงมา จาก อากาศ เง็กเซียนฮ่องเต้ได้เนรมิตดอกบัวมารองรับไว้ จึงปรากฏองค์สมมติ พระแม่กวนอิมปางยืนบนดอกบัวขึ้น พระแม่กวนอิมปางยืนบนดอกบัวนี้ เหมาะสำหรับอธิษฐานขอพร ขอและขอให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข
พระโพธิสัตว์กวนอิมปางยืนบนปลามังกร
พระแม่กวนอิมปางยืนบนปลามังกร เป็นปางที่ท่านบำเพ็ญโพธิจิตสำเร็จแล้ว ชาวจีน ถือว่าปลามังกรเป็นเจ้าแห่งปลา ปลาตัวนี้บำเพ็ญนานนับหมื่นปีจนเขางอก มีนิสัยดุร้าย เมื่อชาวเรือไปจับปลาซึ่งเป็นบริวารของตนก็โกรธ และกัดกินชาวเรือที่จับปลา ชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อนต่างอธิษฐานขอให้พระแม่กวนอิมทรงช่วย ด้วยแรงอธิษฐานทำให้ พระแม่กวนอิมซึ่งบำเพ็ญโพธิจิตอยู่ที่เกาะโพวถ่อซัวต้องเสด็จไปเทศน์โปรดปลา มังกรจน คลายโทสะและยอมเป็นพาหนะให้พระแม่กวนอิมเหยียบข้ามไปมาระหว่างผืนแผ่นดินกับ เกาะเมื่อปลามังกรตายได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ในแดนสุขาวดี

พระโพธิสัตว์กวนอิมปางยืนบนเต่า
พระแม่กวนอิมปางยืนบนหลังเต่าเป็นปางที่เกิดขึ้นหลังจาก ที่พระแม่กวนอิมอยู่ใน แดนสุขาวดี หรือสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อครั้งพระเจ้าถังไท่จงฮ่องเต้เลื่อมใสใน พระพุทธศาสนา ให้พระถังซัมจั๋งเดินทางไปอันเชิญพระไตรปิฎกที่ชมพูทวีป ระหว่าง เดินทางต้องข้ามเขาหิมาลัยเมื่อถึงแม่น้ำคงคา มีพญาเต่าตัวหนึ่งบำเพ็ญอยู่นานนับหมื่นปี พญาเต่าจึงอาสาพาพระถังซัมจั๋งข้ามแม่น้ำโดยให้นั่งบนหลัง พญาเต่าได้ฝาก พระถังซัมจั๋ง ให้ช่วยทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “ เมื่อใดจะสิ้นเวรกรรมเสียทีจะได้ไปเกิดเป็นมนุษย์บ้าง “ พระถังซัมจั๋งรับปากพญาเต่า แต่พระถังซัมจั๋งลืมถามพระพุทธเจ้า เมื่ออันเชิญพระไตรปิฎก กลับมาถึงแม่น้ำคงคา เป็นเหตุให้พญาเต่าโกรธมาก จึงจมตัวลงไปในทำให้พระไตรปิฎก จมน้ำ หลังจากนั้นพญาเต่ากลายเป็นเต่าดุร้ายอาละวาด ขึ้นมาคาบคนจนเกิดเหตุวุ่นวาย จน ในที่สุดพระแม่กวนอิมต้องอาสามาปราบเต่าตัวนี้จนลดโทสะได้สติ และยอมเป็นพาหนะ ให้พระแม่กวนอิมเหยียบบนหลังพระแม่กวนอิมปางยืนบนหลังเต่านี้ เหมาะสำหรับ อธิษฐานขอให้มีอายุยืน

พระโพธิสัตว์กวนอิมปางยืนบนมังกร
พระแม่กวนอิมปางยืนบนมังกร เป็นปางที่เกิดขึ้นในสมัยที่พระแม่กวนอิมอยู่ในแดนสุขาวดี มีพญาเต่าและพญามังกรบำเพ็ญมานานจนสามารถแปลงเป็นคนได้ ครั้งหนึ่งลูกชาย พญามังกร ซึ่งมีนิสัยเกเร ได้แปลงเป็นคนมาเที่ยวเมืองมนุษย์ เกิดหลงรักหญิงสาว ใน หมู่บ้าน และได้ล่วงเกินก่อนฆ่าทิ้ง ชาวบ้านจับได้จึงฆ่าลูกพญามังกร พญามังกรโกรธมาก จึงอาละวาดทำให้น้ำท่วม เมืองจีนเกิดวุ่นวายข้าวยากหมากแพง และทำให้คนตาย เป็นจำนวนมาก วิญญาณของผู้ตายก็ไปร้องเรียนเทวโลก เทวโลกต้องประชุม หาผู้ที่ อาสาปราบพญามังกร พระแม่กวนอิมเห็นว่าถ้าให้ผู้อื่นไปปราบพญามังกรอาจถูกฆ่า ดังนั้นพระแม่กวนจึงอาสาลงมาปราบ จนพญามังกรสำนึกผิดยอมให้ พระแม่กวนอิม เหยียบพญามังกรขึ้นไปจองจำหรือบำเพ็ญบนสวรรค์ พระแม่กวนอิมปางยืนบนมังกรนี้ เหมาะสำหรับการอธิษฐานขอให้ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งหรือขอให้ฝนตกต้องตาม ฤดูกาล