วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2554

ทำชั่วเพราะแค้น

จึงได้เตือนผู้หญิงในบ้านคนรู้จักว่า อย่าไปกดดันด่าเด็กเลย ถ้าเขาทำผิดก็พูดสอนเขาดีๆ เถอะ ผมได้แค่พูดเท่านี้ เธอจะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่

ภรรยาผมอ่าน ''สยามดารา'' และผมอ่านคอลัมน์นี้ประจำ นึกขึ้นได้อาจจะเป็นอุทาหรณ์บทเรียนแก่บางท่านได้ จึงเขียนมา

ภรรยาผมคงได้อ่าน แต่ผมบอกเล่าเรื่องนี้ให้เธอทราบนานแล้ว เพราะเธอกับผมรักชอบกันตอนเรียน และเธอรู้เรื่องนี้หลังเหตุเกิดไม่นาน

คือตอนนั้น พ่อผมส่งผมมาอยู่กับอา เพื่อเรียนระดับอาชีวะ ที่จังหวัดผมไม่มี อามีภรรยาชื่อน้ำ ชื่อน้ำน่าจะเป็นคนอารมณ์เย็น แต่อาน้ำกลับเป็นคนฉุนเฉียว ปากร้าย

อาน้ำอายุ 34 ปี มีลูกคนหน้าตาดีพอใช้ รูปร่างก็ดี อ้อ บ้านที่อาอยู่เป็นบ้านของพ่อผม พ่อผมไปอยู่อีกจังหวัด เลยให้อาอยู่ ก็เท่ากับผมมาอยู่บ้านผมเหมือนกัน

อาน้ำกับผม คงเหมือนทำเวรทำกรรมกันมา ผมก็เจอแกบ้าง แต่พอผมมาอยู่วินาทีแรกศรศิลป์ก็ไม่กินกัน แกจะทำเรื่องบ่นว่า ประชดผมเสมอทั้งต่อหน้าและลับหลังอาผม จนอาผมดุแกบ่อยๆ

ผมเข้าเรียน เพื่อนผมมาบ้านอาน้ำก็ว่าผมต่อหน้าเพื่อนแล้วลามไปว่าเพื่อนผม จนเพื่อนผมโกรธไม่มาบ้านผมเลย ผมต้องไปคุยกับเพื่อนที่บ้านเขาบ้าง ที่หอบ้าง อาผู้ชายก็รู้แต่แกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ผมก็หลาน อาน้ำก็เมีย

เพื่อนผมเรียนอาชีวะแสบๆ ทั้งนั้น บางคนว่า อาผู้หญิงมึงน่าตบปาก บางคนว่า สั่งสอนข่มขื่นซะดีไหม ถ้าไม่เห็นแก่มึง กูจัดการแล้ว อาผู้ชายมึงไม่ค่อยอยู่บ้านด้วย

เพื่อนผมโกรธ เพราะไปว่าเขาว่า ไอ้พวกนักเรียนโจร ไล่ตีกันเหมือนโจร ทั้งๆ ที่เพื่อนผมเวลาเจออาน้ำเขาก็ยกมือไหว้ทุกคน ตอนหลังพวกเขาเลยไม่ไหว้

ผมอดทนจนปี 2 ตอนนั้นอาผู้ชายไปๆ มาๆ อีกจังหวัด เพราะเอาของไปส่ง ที่บ้านมีผมกับอาน้ำกับลูกแก แกก็เอาลูกไปนอนเป็นเพื่อน

อาน้ำพูดกับลูกแกใส่หูผมว่าไงรู้ไหมครับ

''ลูกมานอนเป็นเพื่อนแม่นะ เดี๋ยวโจรมันมาทำร้ายแม่ หากมันทำอะไรแม่เอาปืนพ่อยิงมันเลย''

ก็มีผมอาน้ำและลูกแก มันหมายถึงใคร?

ผมเคยอยู่กับอาน้ำ 2 คน ผมเคยถามแกว่า

''ทำไมอาจึงเกลียดผม''

อาน้ำตอบว่า

''ข้าไม่รู้ แต่ข้าไม่ชอบเอ็ง''

ผมถามว่า

''แล้วผมไปทำอะไรอา ผมมาอยู่ ค่าข้าว น้ำ พ่อผมก็ให้ และบ้านก็เป็นบ้านของพ่อผม''

เท่านั้นเองเหมือนเอาน้ำมันราดกองไฟ

''แกไม่ต้องมาทวงบ้าน ผัวกูบอกว่า บ้านเป็นของผัวกูเหมือนกัน''

ผมกลัวเรื่องบานปลายเลยออกจากบ้านไปนอนกับเพื่อนที่หอ

พออาผู้ชายกลับมารู้เรื่องแกรู้นิสัยเมีย เลยมาบอกให้ผมกลับบ้าน ใจเย็นๆ อย่าไปถือปากอาแกเลย
ก็เพราะที่แกดื่มเหล้านี่แหละ มันเลยเกิดเรื่อง
 
ผมไปเรียนเลิกก็ไปหอเพื่อนอยู่จน 2-3 ทุ่ม ผมกลับแบบนี้เสมอ ทั้งๆ ที่เลิกบ่าย เพราะผมไม่อยากกลับบ้าน
 
ผมเคยคิดว่า ถ้าผมเป็นคนอื่น ป่านนี้ติดยาเสพติดไปนานแล้ว แต่บังเอิญเพื่อนๆ ผมไม่ได้แบบนั้น
 
อาน้ำนั่งก๊งกับเพื่อน 2 คน พอผมเข้าบ้านแกก็เปรยว่า
 
''กูกลัวโว้ย กูอยู่คนเดียว ผัวก็ไม่อยู่ ลูกก็ไม่อยู่''
 
ความจริง เพื่อนๆ ของอาน้ำที่ดื่มอยู่ เขาก็รู้จักผม รู้ว่าผมเป็นอย่างไร เขายังเคยแอบปลอบผมเลยว่า ให้ใจเย็นๆ เขารู้ว่าอาน้ำกดขี่ด่าว่าผม
 
ผมเข้าห้องอาบน้ำ จะนอนแต่ก็นอนไม่หลับ เพราะเขาเสียงดัง แถมพูดดังกระทบผมตลอดเวลา แกเมามากเหมือนกันวันนั้น
 
จน 5 ทุ่มเพื่อนแกก็กลับ ผมได้ยินแกอาบน้ำ เดินชนโน่นชนนี่ คงเมา แล้วก็เงียบ
 
เที่ยงคืนกว่า ผมนอนไม่หลับ หิวน้ำ ออกมาเอาน้ำ เห็นห้องแกไฟยังเปิด ผมดื่มน้ำเสร็จกลับห้อง เอะใจเลยเดินเลยไป ประตูห้องแง้ม ผมขยับประตูนิด มองเข้าไปดู อาน้ำนอนหงายอล่างฉ่าง มีผ้าถุงผืนเดียว แกคงเมาเต็มที่เลยไม่ได้ปิดประตู ตัวถึงที่นอนก็สลบเลย
 
ผมงับประตู เดินกลับห้องไปนอนคิด คิดไปคิดมา เสียงเพื่อนที่เคยยุ ข่มขืนปิดปากมันเลย มันเจอไม่กล้าบอกใครหรอก มันโวยวายมันก็อายชาวบ้านจะดูหน้าใครติด คราวนี้มึงขี่มัน ขู่มันเลยว่าขืนด่ามึง มึงจะประจานมัน
 
ผมบอก (เขียน) ไม่ถูกหรอกครับว่าตอนนั้น อะไรมันทำให้ผมมีความคิดเลวๆ
 
แต่ผมลุกขึ้นจากเตียง ออกจากห้องแล้วเดินไปห้องอา เดินไปที่เตียงเอามือค่อยๆ ดึงผ้าถุงที่สวมไว้หลวมๆ ลงมาจนเห็นหน้าอก ผมเอามือไปลูบหน้าอกอาน้ำไม่ตึงหย่อนๆ แต่ไม่ถึงเหี่ยว หัวนมสีน้ำตาล
 
ผมดึงผ้าลงอีก อาไม่ใส่กางเกงใน อาน้ำนอนหงายจึงเห็นเนินโหนกถนัดขนดกมาก
 
ผมเอามือกรีดไล้ที่ร่องไปมา ประมาณ 4-5 นาที ก็มีน้ำเหนียวซึมติดนิ้ว แถมอาน้ำส่งเสียงในคอ ขยับก้นแกคงฝันหรือละเมอ
 
ผมเขี่ยต่อถูกเม็ด แกแอ่นเอวกางขา คราง ''โก....โก''
 
อาน้ำเรียกอาผมว่าโก...แกคงคิดว่า อาผมกำลังทำอะไรเธอ
 
ตอนนั้น อารมณ์ผมพุ่งมากแล้ว ผมถอดกางเกงแล้วค่อยขึ้นไปบนเตียง ขยับขาอาน้ำแล้วค่อยๆ สอดจ่อ
 
มันเข้าไปไม่ยาก แม้ของผมก็ไม่ใช่เล็ก แต่เพราะเธอมีลูกแล้ว และมีน้ำหล่อลื่นมาก
 
ผมดันไปจนมิด แล้วค่อยดึงออก
 
ตกใจ เมื่อเสียงอาน้ำครางดัง แถมบอกว่าดี
 
ผมมองหน้าแกยังหลับตาสนิทอยู่ มือเท้ากางเต็มที่
 
ผมขยับไปเรื่อยๆ ตามจังหวะ ผมเคยผู้หญิง เพราะตอนนั้นก็มีแฟนแล้ว ประมาณ 20 นาที ผมก็รู้สึกเสียวใกล้ถึงก็ลืมตัวกดจะเร็ว-แรง
 
ด้วยเหตุนี้เอง อาน้ำรู้สึกตัวร้องลั่น
 
''มึง...เอากู...เอาออก...เอาออก''
 
ผมก็ออกพอดี ฉีดพุ่งเข้าไปในตัวเธอ
''เอาออก....มึงเสร็จแล้ว''
 
ผมกดตัวผมแนบกับตัวเธอ เอา 2 มือจับแขน เอวก็กระแทกไปเรื่อยๆ แล้วมันก็แข็งได้อีกทันตา
 
อาน้ำคงรู้สึกว่า ของผมแข็งอีกและอยู่ในตัวเธอ
 
''มึงไม่เอาออก กูร้องให้คนช่วย''
 
แกก็ร้อง ช่วยด้วย-ช่วยด้วย แต่เสียงไม่ดังคงอายกลัวคนรู้
 
ผมรู้ทันเลยบอกว่า ''อาร้องเลย ร้องให้ดัง-ดัง ให้ชาวบ้านรู้เลยว่าผมเอาอา''
 
เจอไม้นี้แกเงียบไปพัก ผมก็ซอยต่อ
 
''กูเจ็บ มึงเอาออกก่อน เดี๋ยวกูให้มึงเอาต่อ เอาออกก่อน''
 
แกใช้ชั้นเชิง ใครจะยอม ผมก็ซอยไปเรื่อย
 
แม้อาน้ำจะถูกผมข่มขืน ใจแกไม่ยอมแต่ร่างกายธรรมชาติของการถูกร่วมทำให้ประสาทที่รับความเสียวยอมคล้อยตาม
 
แกน้ำหูน้ำตาไหล ร้องไห้ฮือ-ฮือ ปากบอกเอาออก พอแล้ว มึงเอาก็แล้ว พออย่าออกในกู เดี๋ยวกูท้อง
 
มือที่ผลักเปลี่ยนเป็นกางอ้าซ่ากับที่นอน บางครั้งก็หายใจเฮือกๆ หลับตาบ้าง ลืมตาบ้าง บางทีก็กัดฟันดังกรอดๆ คงเพื่อจะข่มความเสียว
 
แต่ 20 นาทีแกก็แพ้ อาน้ำร้องโอ๊ย-โอ๊ย แอ่นตัว แต่ปากยังร้องพอแล้ว พอแล้ว กูยอมแล้ว
 
ผมมองไปที่มือแกจิกที่นอนจนแทบขาด ตาเหลือก 2 ขายกชันไม่รู้ตัว
 
''มันไหมอา'' ผมถามเหมือนเยาะเย้ย
 
''ไอ้บ้า ไอ้สัตว์ พอแล้วเอาออก''
 
''มึงด่ากู''
 
ผมชักโกรธขึ้นมาก็อัดเต็มแรงเสียงเตียงดังเอี๊ยด-เอี๊ยดแทบพัง ผมลากแกมาข้างเตียง จับขาแกหนีบเอง
 
''กูบ้า เพราะมึงด่ากูตลอดเวลา กูทำอะไรให้มึง มึงว่ากูโจร วันนี้กูเป็นโจรแล้ว''
 
''กูไม่ด่ามึงแล้ว พอเถอะ กูไหว้ล่ะ''
 
ผมไม่ฟังเสียง ยืนทำเธอที่ขอบเตียง
 
อาน้ำตัวอ่อน ปล่อยให้ผมจับทำทุกอย่าง แต่ปากยังด่าผมไอ้เห..บ้าง ไอ้สัตว์บ้างไปเรื่อย
 
บางทีก็หยุดด่า แล้วกลืนน้ำลาย
 
แล้วแกก็ถึงอีก ร้องโอ๊ย-โอ๊ย กูยอมแล้ว กูแพ้มึงแล้วเหมือนเดิม 2 มือจิกผ้าปูที่นอนแน่น
 
ผมก็เสร็จพอดี รวมครั้ง 2 นี้เกือบครึ่งชั่วโมง
 
ผมกดตัวนอนทาบตัวแก
 
''พอแล้ว มึงเอา 2 ทีแล้ว พอแล้วเอาออกเดี๋ยวน้ำเปื้อนที่นอนผัวกูรู้''
 
แกผลักผม แล้วเอาผ้าถุงมาโป๊ะตรงนั้น
 
''ไอ้สัตว์ ถ้ากูท้อง กูจะฆ่ามึง กูบอกไม่ให้ออกในกู มึงไม่ฟัง ไอ้เห...''
 
แล้วแกก็วิ่งไปห้องน้ำทั้งแก้ผ้าอยู่ในห้องน้ำนาน คงเอาน้ำฉีดล้างข้างในจะได้ไม่ท้อง
 
ผมกลับห้องแต่งตัวแล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์ไปหอเพื่อน
 
เพื่อนแปลกใจ ทำไมผมมาตี 2 ตี 3
 
''กูข่มขืนอาน้ำ''
 
เพื่อนตกใจเหมือนกัน แต่สักครู่มันก็หัวเราะ
 
''กูบอกแล้ว มึงน่าจะทำนานแล้ว''
 
''แกจะบอกอากูไหม?''
 
''เชื่อเถอะ แกปิดปากสนิทแน่''
อาผู้ชายมาหาผมที่หอ ให้ผมกลับบ้าน แกบอกว่า อาน้ำบอกว่าผมทะเลาะกับแก เลยออกจากบ้านมา
 
ผมใจชื้น พอได้ยิน เพื่อนก็ได้ยินนั่งอมยิ้ม
 
''แกกลับบ้าน ขืนพ่อแกรู้พ่อแกด่าอาเละ...หาว่าปล่อยเมียทะเลาะกับหลาน''
 
พออาผมกลับไป เพื่อนบอกว่า
 
''กูบอกแล้ว มันไม่กล้าฟ้องผัวมัน...''
 
ผมกลับบ้านอาน้ำไม่มองหน้าผมเลย ผมอยู่ไหนแกเดินหนี อาผมไม่อยู่แกเอาลูกแกอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา
 
ครั้งหนึ่งแกบอกผม
 
''กูกลัวมึง...มึงอย่าอยู่บ้านนี้เลย...กูไม่ไว้ใจมึงแล้ว เดี๋ยวมึงเอากูอีก...''
 
''ถ้าอาไม่ด่าผม...ผมก็ไม่ทำอาหรอก...''
 
อีกวันตอนเช้า อาผู้ชายออกจากบ้าน ลูกแกไปโรงเรียน
 
อาน้ำบอกผม
 
''ฉันขอร้องให้แกไปอยู่กับเพื่อน''
 
''ก็ได้...ผมจะไป...แต่อาต้องยอมให้ผมเอาอีกครั้ง...แบบผมไม่ต้องข่มขืน...''
 
''ไม่เอา...กูไม่ยอมมึงแล้ว...''
 
''งั้นผมก็ไม่ไปไหน...อยู่ดูหน้าอาต่อไป และให้อาเห็นหน้าผมต่อไป...เผลอๆ อาเมา ผมจะข่มขืนอาอีกแน่...''
 
''ไอ้สัตว์...'' แกเดินจะไปแล้วกลับหยุด
 
''ถ้ากูยอมมึงต้องสาบาน...มึงต้องไป...''
 
''ได้...ผมสาบาน...''
 
ผมยกมือไปทางพระเจดีย์...
 
''ผมสาบานแล้ว...อาต้องยอมผม''
 
อาน้ำนั่งอยู่นาน เพราะไม่คิดว่าผมจะสาบาน
 
ผมเดินไปคว้ามือเธอ
 
''ไปห้องผม...''
 
''กูไม่เชื่อมึง...'' แกขัดขืน
 
ผมลากแกเข้าห้องจนได้
 
''มึงสาบานอีกที...''
 
''ก็ได้'' ผมสาบานอีก แล้วดึงเธอไปที่เตียง จูบปากเธอแต่เธอหันหน้าหนี
 
''มึงไม่ต้องจูบกู จะเอาก็เอา''
 
แกนอนเหมือนประชด
 
ผมถอดเสื้อผ้าถุงเธอ เสื้อในกางเกงใน แล้วถอดของผมซึ่งแข็งรออยู่แล้ว
 
สังเกตตาเธอมองของผมแวบหนึ่งแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น
 
ผมจับลูบคลำแก แกไม่ปัดมือ
 
''ผมบอกแล้วไง อาต้องยอมผมดีๆ...อีกอย่าง...ถ้าอาไม่มีน้ำ เดี๋ยวอาเจ็บนะ...''
 
แกถึงยอมให้ผมลูบคลำ ใช้นิ้วจนน้ำซึมแฉะ
 
ผมสอดเธอ
 
''ค่อยๆ...ของมึงใหญ่...กูเจ็บ...''
 
อาน้ำมีอารมณ์แน่นอน เพราะผมซอยไม่นานตัวแกก็เกร็ง ครางซี้ด มือจิกที่นอน
 
''อากอดผมก็ได้...''
 
ผมดึงมือเธอมากอดผม แกก็กอดผมจับขาเธอ 2 ขามารัดเอวผม แกก็รัด
 
''ชอบแรงๆ ไหม?''
 
แกก็ครางอือ...อือ...
 
ผมทำแกเกือบชั่วโมง แกเสร็จ 3 ครั้ง พอผมจะออก แกรีบบอก อย่าออกข้างใน เดี๋ยวกูท้อง
 
''ถ้าจะท้อง...ก็ท้องครั้งแรกแล้ว''
 
ผมก็ออกในตัวแกอีก
 
''ต้องไปอยู่ที่อื่นนะ...ต้องทำตามมึงสาบาน''
 
''เรื่องอะไรผมจะออก...นี่บ้านผม...อีกอย่าง...ถ้าผมออกไป...เขาต้องสงสารอาแน่...''
 
''มึงโกหก...''
 
แกตบตีผม แต่ไม่แรงนักคงเป็นจริตของผู้หญิงมากกว่า
 
ตั้งแต่นั้นมา เผลอคนผมเป็นต้องคว้าแกเข้าห้อง แกจะขัดขืนเป็นพิธีแล้วก็ยอมผมทุกครั้งไป
 
ผมจบปี 3 จึงกลับบ้านแล้วเกณฑ์ทหารออกจากทหารแต่งเมียแล้วเข้ากรุงเทพฯ จนทุกวันนี้
 
(จบ)

ฝันเป็นจริง

บ้างก็ว่ามีทั่วไป บ้างก็ว่ามีแต่ในสังคมชั้นสูง

 
จนเป็นหนุ่มเข้าเรียนสายอาชีวศึกษามีเพื่อนเอาผู้หญิงมานอน ส่วนมากเป็นผู้หญิงอย่างว่า ไปจับมา ผู้ชาย 2-3 คน ผู้หญิง 1

 
ผมไม่ได้เข้าร่วมด้วย เพราะสกปรกเคยแต่นั่งดู ส่วนใหญ่ผมจะหนีเพราะกลัวจะมีคดี เดี๋ยวผู้หญิงไปแจ้งความตำรวจ จะเจอข้อหาไปด้วย และผมคิดว่าแบบนี้มันเป็นการเรียงคิวมากกว่าสวิงหรือเซ็กซ์หมู่ เพราะผู้หญิงมักไม่รู้ตัว คิดว่าผู้ชายมีคนเดียว พอมาก็เจอหลายคน

 
จบมาทำงาน คุยกับเพื่อนๆ เขาก็คุยโม้กันไปตามเรื่อง หาความจริงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม มีข่าวตำรวจจับเซ็กซ์หมู่ ออกข่าวหลายครั้ง

 
ผมมีแฟนหลายคนได้เสียกัน เลิกกันบ้าง อยู่กันสักปีก็เลิกบ้าง คือไม่ได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตน

 
จน 2 ปีที่แล้ว ผมมีแฟนคนหนึ่งและอยู่กันจนวันนี้ ที่ผมเรียกว่าแฟน เพราะยังไม่คิดว่าเราเป็นผัวเมียกัน

 
แฟนผมทำงาน จบสายอาชีวะด้วยกัน และแน่นอนเธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ เมื่อมาเจอผมและอยู่ด้วยกัน

 
อยู่กันมาได้ปี ผมอ่านหนังสือรายสัปดาห์ที่มีเรื่องเพศ และมีเรื่องสวิง ผมคุยกับเธอ คือคุยทั่วๆไป

 
แฟนผมเขาบอกว่า มีเพื่อนเธอคนหนึ่งทำงานด้วยกัน แอบเล่าให้ฟังว่า เธอถูกแฟนพาร่วมสวิงมา 2-3 ครั้ง

 
ผู้หญิงคนนั้นบอกแฟนผมว่า มันมากสุดๆ เลย แต่กลุ่มของเธอมีเพียง 3-4 คู่เท่านั้น

 
''เธอสนใจไหมล่ะ...จะพามารู้จัก สวยด้วยนะ''

 
ผมเลยบอกเอาซิ แต่เกิดแฟนเขาชอบเธอล่ะ จะทำอย่างไร

 
''ก็เอาซิ อยากลองเหมือนกัน หึงหรือเปล่าล่ะ''

 
ผมเองกลับตอบไปว่า ''ไม่รู้โว้ย''

 
แฟนผมนัดให้ผมไปรับเธอที่ทำงาน ผมไปรับเธอมีเพื่อนมาด้วย เพื่อนเธอสวยครับ สวยกว่าแฟนผมมาก

 
เพื่อนเธอชวนผมไปบ้านเธอ บอกตกลงกับแฟนผมแล้ว

 
ไปถึงเธอเอาเบียร์มาเลี้ยง บอกเดี๋ยวสามีเธอมา สักชั่วโมงสามีเธอก็มา สามีเธอหน้าตาหล่อกว่าผมเช่นกัน แต่ตัวเล็กกว่า

 
เรานั่งดื่มกัน เธอกับแฟนผมก็ดื่มด้วย จนตึงๆ เธอชวนแฟนผมไปอาบน้ำ แต่ไม่ได้บอกผม ออกมาแฟนผมนุ่งขาสั้นเสื้อยืด เธอก็เช่นกัน แล้วสามีเธอก็ไปอาบน้ำพอออกมา ก็มานั่งใกล้กันคุยกันไปมา ก็กอดจูบกัน ผมก็งงๆ แต่เมียผมอมยิ้ม มานั่งใกล้ผมบอกว่าอยากรู้ไม่ใช่หรือ แฟนผมจูงมือผมเข้าไปในห้อง ถอดเสื้อผ้าผม ให้ผมไปอาบน้ำ

 
ออกจากห้องน้ำมา เมียผม เธอคนนั้นและสามีเธอ เปลือยกันหมดทั้ง 3 คน อยู่บนเตียงใหญ่

 
แฟนผมกำลังถูกใช้ลิ้น และเธอดูดหน้าอกเมียผม

 
พอเห็นผมเธอลุกมา ถอดกางเกงถอดเสื้อผม แล้วจูงมือผมไปบนเตียง

 
พอผมแข็งตัว เธอบอกโอ้โฮ ฝันมานานแล้วจะได้ขนาดนี้ เธอบอกสามีเธอ ดูซิ-ดูซิ อย่างกะม้าแน่ะ

 
คืนนั้นผมทำสถิติถึง 6 ครั้ง กับเมียผม 2 ครั้ง กับเธอคนนั้น 4 ครั้ง แฟนผมเจอ 5 ครั้ง บอกสุดๆเลย สุดยอดนับไม่ถ้วน เสียวมากเมื่อเจอทั้งล่างทั้งบน

 
ต่อมาเธอและสามี พาผมไปเข้ากลุ่มใหญ่

-จบ-

ดรุณี 6

ยัยต้อมที่อาบน้ำเสร็จ เธอได้ยินเรื่องนี้พอดี เธอเข้ามาให้กำลังใจพร้อมกับเอ่ยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องของอารมณ์พาไป เชื่อว่าหากเรื่องนี้เกิดกับแฟนดิฉันบ้าง เขาก็อาจเข้าใจ



ดิฉันยังไม่แน่ใจเรื่องที่เพื่อนพูด แต่เมื่อเธออธิบายว่า สมมติว่าเฮียเล็กเกิดพลาดไปมีผู้หญิงอื่นอย่างไม่ตั้งใจ เธอจะโกรธไหม

ดิฉันปฏิเสธว่า ไม่รู้ ยัยต้อมเลยหัวเราะบอกว่า คนเราไม่ใช่พระอิฐพระปูน บางครั้งก็พลาดเผลอกันได้เหมือนเธอที่พลาดไปเพราะอารมณ์ 

ยัยตู่เลยเสริมว่า เอางี้ลองดูไหม ฉันเชื่อว่าเธอจะสบายใจขึ้นแน่ ถ้าเฮียเล็กก็เผลอใจไปกับหญิงอื่น เธอจะไม้รู้สึกผิดอีกต่อไป เพราะถือว่าเจ๊ากันไป

ดิฉันยังงง ไม่เข้าใจที่เพื่อนพูด พวกเธอเลยเฉไฉไปพูดเรื่องเที่ยววันรุ่งขึ้น

ดิฉันเลยนึกขึ้นได้ว่า แฟนดิฉันให้มาบอกว่า พรุ่งนี้จะพาไปเที่ยว และให้ลูกจ้างคนสนิทดูแลร้านให้ จะออกเดินทางช่วงเช้าเพราะอากาศกำลังดี สายๆ อาจจะร้อนเขาขอให้คืนนี้นอนเร็วหน่อย

วันรุ่งขึ้นพวกเรา ตื่นเต่เช้าและเริ่มออกเดินทางเมื่อพร้อมทันที ดิฉันแปลกใจที่เพื่อนสองคนแต่งตัวค่อนข้างสบายเกินไป ยัยตู่ใส่เสื้อยืดแขนกุด รัดรูป กระโปรงสั้น ส่วนยัยต้อมใส่สายเดี่ยว กางเกงยีนขาสั้นก็สั้นเต่อมาก ดิฉันเองกลับใส่ยีนขายาวและเสื้อธรรมดาเท่านั้น

ก่อนขึ้นรถยัยตู่ขออนุญาตไปนั่งหน้ารถคู่เฮียเล็ก โดยอ้างว่าอยากดูวิวชัดๆ ดิฉันก็ไม่ปฏิเสธเพื่อน เพราะอยากเอาใจพวกเขาสองคนเต็มที่ ดิฉันจึงไปนั่งหลังรถคู่ยัยต้อม

ระหว่างทางยัยตู่ชวนแฟนดิฉันคุยตลอดทางอย่างสนุก ยัยต้อมก็เสริมตลอดเวลา จนพวกเราคุ้นกันมาก ดิฉันก็สังเกตว่าเฮียเล็กเริ่มสนิทกับเพื่อนดิฉันทั้งๆ ที่ตอนแรกดิฉันเองก็ห่วงกลัวว่าเขาจะเบื่อหรือรำคาญที่ต้องมาเป็นสารถีขับรถ และเอาใจพวกดิฉัน

เราพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวน้ำตกและชมวิวไหล่ทางตามเขา ทำเอาเพื่อนๆ ตื่นตาตื่นใจ ถามไถ่ดิฉันและแฟนไม่ขาดปาก

ช่วงพักเที่ยงเราแวะรับประทานอาหารตามข้างทาง ระหว่างนั้นเอง ดิฉันเหลือบไปสังเกตเห็นว่ายัยตู่ที่ใส่กระโปรงสั้นนั้นนั่งโป๊มาก ที่สำคัญเธอไม่สวมบิกินีชั้นในด้วยซ้ำ

ดิฉันแอบไปสะกิดยัยต้อมให้รู้ เธอแค่อมยิ้มบอกว่า ยัยตู่เป็นผื่นแพ้กางเกง วันนี้ยอมโล่งโจ้งสักวัน


ดิฉันไม่ว่าอะไร เพราะคิดว่าคงไม่มีใครทันสังเกตแน่นอน

ช่วงบ่ายดิฉันเผลอหลับไประหว่างทางที่รถกำลังเข้าสู่น้ำตก เมื่องัวเงียตื่นขึ้นมาก็ตกใจที่เห็นยัยตู่กำลังลูบไล้หน้าอกเฮียเล็ก แถมมือของเธอยังกุมที่เป้าของเขาอีกต่างหาก

ยัยต้อมที่นั่งข้างดิฉันรีบรั้งไว้แอบกระซิบว่า อยู่เฉยๆ ก่อนนะ ทำเป็นหลับไปก่อน

ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นที่เพื่อนกล้าทำแบบนี้ เมื่อรถถึงที่หมายและจอดสนิท พวกเขาสองคนก็หันมาปลุกดิฉันกับยัยต้อมที่แกล้งหลับ

ยัยต้อมรีบฉุดดิฉันไปเข้าห้องน้ำแล้วเริ่มเรื่อง เธออธิบายสาเหตุที่แท้จริงว่า เธอและยัยตู่อยากให้ดิฉันเลิกคิดมากเรื่องที่เผลอตัวไปกับชายคนอื่น จึงตามกลับมานี่เพื่อชดเชยให้แฟนเธอ

เพื่อนดิฉันสองคนเชื่อว่า หากเฮียเล็กเผลอตัวไปกับหญิงอื่นบ้างก็เหมือนชดเชยกัน ความรู้สึกที่ดิฉันพลาดไปก็อาจลบล้างกันได้

เธอกับยัยตู่เช็กแล้วว่า เฮียเล็กก็เผลอใจไปเยอะเหมือนกัน เพราะคงทนโดนยั่วไม่ไหว

เธอเล่าว่า ยัยตู่แกล้งใส่กระโปรงสั้น ไม่ใส่กางเกงเพื่อต้องการยั่วเขาเต็มที่ เธอแกล้งทำเป็นเผลอนั่งหวอให้เห็นกันเต็มๆ

ยัยต้อมถามให้แน่ใจว่า ดิฉันไม่โกรธใช่ไหม หากพวกเธอช่วยให้เฮียเล็กมีความสุข

ดิฉันยอมรับว่า ไม่โกรธจริงๆ เป็นการดีเสียอีก หากพวกเราเข้ากันได้ดี

เมื่อดิฉันพูดแค่นี้ยัยต้อมถึงกับหัวเราะออกมา พร้อมกับบอกว่า เดี๋ยวคืนนี้เราทำอะไรสนุกๆ กันดีกว่า

ค่ำวันนั้นเมื่อกลับไปที่บ้านดิฉัน เพื่อนตัวแสบทั้งสองให้ดิฉันไปหลบในตู้เสื้อผ้าแล้วคอยดูว่าพวกเธอสองคนกับแฟนดิฉันจะทำอะไรกัน

ดิฉันตื่นเต้นที่จะได้แอบดูพฤติกรรมของแฟน จึงนึกสนุกเห็นพ้องด้วย เมื่อแอบมองจากช่องเล็กๆ ในตู้เสื้อผ้าก็เห็นเพื่อนสาวทั้งคู่เตรียมพร้อมเต็มที่

คนหนึ่งใส่ผ้าขนหนูผืนเดียว อีกคนก็ใส่ชุดนอนบางๆ จนโปร่งใสเห็นความว่างเปล่าภายใน

เฮียเล็กเข้ามาแล้ว เพราะยัยต้อมไปเรียกให้เข้ามาช่วยขยับเตียงภายในห้อง

แฟนดิฉันทำท่างงๆ เขาสลับแอบมองเพื่อนดิฉันตลอดเวลา 

ยัยต้อมพยายามชวนเขาคุย เขาถามว่าดิฉันไปไหน ยัยต้อมปดไปว่า ดิฉันออกไปซื้อของมินิมาร์ทข้างนอก

ระหว่างนั้นเอง ยัยตู่ทำเหมือนไม่มีใครอยู่ในห้อง เธอก็แก้ผ้าขนหนูยืนหวีผมที่กระจกโดยไม่มีเสื้อผ้าปกปิด

เฮียเล็กตกใจที่เห็นเธอทำเช่นนี้ เขาทำตัวไม่ถูกแกล้งไม่มองยัยตู่

ยัยต้อมหัวเราะคิก เธอบอกแฟนดิฉันว่า พวกเธอทำตัวตามสบายอย่าได้ถือสา ถ้าอยากมองก็มองไม่เห็นจะแปลก

ถึงตอนนี้แฟนดิฉันคงรู้แล้วว่าเพื่อนดิฉันสองคนกำลังให้ท่า แม้ว่าเขายังนิ่งอาจเพราะยังเกรงใจดิฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้

ยัยต้อมเดินเข้าหาเฮียเล็กก่อน เธอเข้าไปนั่งใกล้ๆ เขาแล้วถอดชุดนอนออกจากร่างจนเปลือยเปล่า

เธอขึ้นค่อมแล้วดันร่างแฟนดิฉันลงนอนบนเตียง ก่อนใช้ปากประกบแน่น เขาคงทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงเอื้อมมือไปลูบไล้เรือนร่างของเธอ

ดิฉันเห็นยัยตู่รีบเข้ามาสมทบช่วยถอดกางเกงออกจากปลายขาแล้วใช้มือควานหาของที่ต้องการที่มันซ่อนอยู่ในกางเกงชั้นในของเขา

เธอเหมือนไม่ทันใจจึงรีบรูดปราการด่านสุดท้ายของเขาออก มันเป็นอาวุธที่ดิฉันคุ้นเคย แต่ในขณะนี้มันกลับถูกเพื่อนดิฉันแย่งไปใช้งานชั่วคราว

ยัยตู่ส่งมันเข้าปากแล้ว เธอบรรจงใช้ชิวหาเล่นงานมันจนเฮียเล็กที่ถูกยัยต้อมพัวพันเริ่มเกิดอาการเกร็งไปทั่วเรือนร่าง

ยัยต้อมเห็นว่าเขาถูกจู่โจมจึงอยากให้เขาเพลิดเพลิน เธอจึงนั่งค่อมบนหน้าแล้วแอ่นร่างถูไถอย่างสนุก

เสียงของยัยต้อมทำให้ดิฉันที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าเกิดอารมณ์ร่วมตาม ไปด้วย เธอบอกให้แฟนดิฉันเกร็งปากให้แน่น เธอจะเป็นฝ่ายโยกกายให้เข้าจังหวะเอง

แฟนดิฉันเชื่อฟังเธอดี เพียงแค่อึดใจ เพื่อนดิฉันก็หวีดร้องถึงเส้นชัยไปด้วยฝีมือของเฮียเล็ก

ยัยตู่ที่เล่นกับอาวุธประจำกายของเขาอยู่พักใหญ่ เริ่มอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น เธอหยิบปลอกกันพิษมาสวมใส่ให้เขาก่อนนั่งยองๆ แล้วจับมันยัดเข้าสู่ร่างกายทันที

เธอแอ่นร่างรับการเสียดสีอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสียงเร้าใจออกมาอย่างต่อเนื่อง แค่นาทีเดียวเพื่อนดิฉันก็บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ เธอโซเซทรุดนอนกอดเขาด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะทุ่มเทกับการใช้พลังงานอย่างรวดเร็วมากเกินไป

หลังพักอึดใจ เธอและยัยต้อมก็หันมาใช้มือช่วยเขาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหมือนเธอ คราวนี้เฮียเล็กถูกสาวสองคนประสานมือกันอย่างเข้าขา เขาส่งเสียงอึดอัดในลำคอแค่แวบเดียว มันก็คายพิษออกมาจนเปรอะผ้าปูที่นอน

ยัยตู่ลุกไปเอากระดาษชำระมาช่วยเช็ดทำความสะอาด เขาเหมือนรู้สึกตัวได้จึงรีบใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เขาคงกลัวความผิดว่า เผลอนอกใจดิฉันไปนั่นเอง

เมื่อแฟนดิฉันออกจากห้องไปแล้ว เพื่อนสองคนเห็นหน้าดิฉันแล้วอมยิ้ม รีบแนะให้ดิฉันออกไปก่อนที่เขาจะมาเห็น

หลังเพื่อนดิฉันกลับไปกรุงเทพฯ แล้ว แฟนดิฉันไม่กล้ามองหน้าดิฉันพักใหญ่ เขาคงรู้สึกกลัวความผิดเหมือนกับที่ดิฉันเคยทำ

ดิฉันรู้สึกขอบใจเพื่อนที่ทำให้ปมในใจมันคลายลงจนสิ้น เพราะอย่างน้อยที่สุดเรื่องที่ผิดพลาดไปในชีวิตของดิฉันมันก็เสมอกันเหมือน ไม่เคยทำพลาดมาก่อนจริงๆ

ดรุณี 5

ทันทีที่อาวุธของเปี๊ยกผ่านเข้ามาลึกสุด ดิฉันก็รู้สึกซาบซ่านไปทั่วหว่างขา เขาเริ่มโยกกายเบาๆ อย่างต่อเนื่อง ยัยตู่เห็นว่ามันไม่ทันใจ เธอจึงก้มหน้าเข้ามาช่วย ก่อนนำชิวหาออกมาสัมผัสจุดสำคัญบริเวณปากทางเข้า




เท่านั้นเอง ดิฉันถึงกับเกร็งตัวต่อต้าน จุดที่ไวต่อประสาทส่วนนี้ เมื่อยัยตู่เร่งปลายลิ้นเหมือนงูฉก ดิฉันก็ทนไม่ไหวส่งเสียงร้องไม่เป็นภาษามนุษย์ทันที

การถูกจู่โจมสองจุดทำให้ดิฉันถึงแดนสุขาวดีไปอย่างรวดเร็ว ดิฉันร่ำร้องขอให้เขาหยุดการกระทำเพราะเริ่มรับสภาพไม่ไหว เปี๊ยกจึงสลับร่างเปลี่ยนเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟา ยัยต้อมที่เป็นผู้ชมอยู่สักพักก็เข้ามาเล่นเป็นตัวจริง

เธอนั่งทับเปี๊ยก แหงนร่างเหมือนนั่งตักแฟน เมื่อเริ่มโยกกายเบาๆ ยัยตู่ก็ส่งเสียงร้องเป็นจังหวะอย่างหฤหรรษ์ เปี๊ยกเห็นพวกเราสองคนยืนเก้ๆ กังๆ จึงพยักหน้าให้เข้ามาใกล้ๆ เขาเอามือมาช่วยเหลือดิฉันที่หว่างขา

ยัยต้อมไม่ยอมน้อยหน้า เธอขึ้นไปบนโซฟาแล้วนั่งค่อมบนหน้าเปี๊ยก พวกเราสามคนผลัดกันช่วยผลัดกันรุมอย่างสนุกจนกระทั่งชายหนุ่มแทบหมดแรงในวัน นั้น

หลังที่เปี๊ยกกลับไป ดิฉันรู้สึกเสียใจในการกระทำที่เกิดขึ้น เพราะไม่ใช่ตัวเปล่าแล้ว แม้ว่าดิฉันยังไม่ได้แต่งงานก็ตาม แต่เฮียเล็กที่คบกันมานานถือเป็นคู่ชีวิตในขณะนี้

ดิฉันนั่งซึมในห้องจนเพื่อนสองคนสังเกตเห็น เธอเข้ามาถามดิฉันพยายามจะปฏิเสธ แต่เมื่อโดนเพื่อนสองคนซักอย่างหนักจึงยอมเปิดใจว่า ดิฉันเสียใจและคิดมากที่ทำผิดต่อเฮียเล็ก

เพื่อนสองคนพยายามปลอบว่าอย่าคิดมาก หากไม่สบายใจจะรีบกลับบ้านไปหาเขาก็ได้ ดิฉันพยักหน้าเพราะรู้สึกอยากกลับบ้านจริงๆ

คืนนั้นดิฉันนอนไม่หลับ จนรุ่งเช้ายัยตู่กับยัยต้อมมาบอกข่าวที่ทำให้ดิฉันแปลกใจว่า เธออยากไปเที่ยวบ้านดิฉันที่ต่างจังหวัด หากดิฉันจะกลับบ้านก็ขอติดไปด้วย

ดิฉันดีใจมากที่เพื่อนสองคนจะไปเที่ยวบ้านดิฉันบ้าง ที่สำคัญช่วงเดินทางกลับไม่เหงาแน่นอน

พวกเราเก็บข้าวของแล้วเตรียมตัวเดินทางช่วงค่ำ กำหนดจะกลับถึงบ้านดิฉันก็ราวรุ่งเช้าวันใหม่พอดี

เฮียเล็กส่งให้รุ่นน้องมารับดิฉันและเพื่อนที่ขนส่ง เมื่อเดินทางถึงบ้าน เราก็เก็บข้าวของก่อนลงมาหาแฟนดิฉันที่กำลังยุ่งกับการค้า

เราเปิดร้านขายของจิปาถะเหมือนร้านของถมในกรุงเทพฯ พวกลูกจ้างเป็นคนดูแลสินค้า ส่วนเราแค่คุมต่ออีกชั้นหนึ่ง

ดิฉันแนะนำยัยตู่กับยัยต้อมให้รู้จักกับเฮียเล็ก เพื่อนดิฉันสองคนถึงกับชมว่าเขายังดูไม่แก่ ไม่เหมือนชายวัย 50-60 ปี

ช่วงบ่ายเพื่อนสองคนขอไปเดินสำรวจสถานที่ใกล้ละแวกบ้าน พร้อมกับหาซื้อของเล็กๆ น้อย ดิฉันก็ปล่อยให้เพื่อนทำตัวตามสบาย

เมื่อเพื่อนไม่อยู่ดิฉันจึงปรึกษากับเฮียเล็กว่าจะให้เพื่อนๆ นอนกันที่ไหน เขาก็บอกให้ดิฉันไปเคลียร์ห้องว่างที่อยู่ติดกับห้องนอนเราชั้นสามไว้ต้อน รับเพื่อน

ยิ่งดิฉันได้คุยกับเขาใกล้ๆ แถมเขายังให้การต้อนรับเพื่อนดิฉันสองคนอย่างไม่รังเกียจทำให้ดิฉันรู้สึกผิดเข้าไปอีก 

เฮียเล็กมองหน้าดิฉันและจับสังเกตได้ เขาถามว่าดิฉันไม่สบายรึเปล่า อาจจะเหนื่อยจากการเดินทาง น่าจะนอนพักสักงีบ

ดิฉันรั้งเขาเข้ามากอดแน่น จนเขาแปลกใจขณะกำลังจะถามดิฉัน ลูกจ้างก็ตะโกนว่าเพื่อนดิฉันมาแล้ว

ดิฉันจึงรีบลงไปรับเพื่อนแล้วช่วยขนของขึ้นมาที่ห้อง

ยัยตู่กับยัยต้อมพอใจมากที่ได้ห้องนอนใหญ่ มีห้องน้ำหรูในตัว พวกเธอช่วยกันจัดของใช้ส่วนตัว ดิฉันจึงปล่อยให้เธอพักผ่อนก่อนย้ำว่า ช่วงเย็นลงไปกินข้าวด้วยกัน วันนี้แฟนดิฉันสั่งอาหารพิเศษจากร้านหรูข้างนอกมาเลี้ยง

ยัยต้อมรีบปฏิเสธบอกว่าพวกเธอกินอะไรง่ายๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากขนาดนั้นก็ได้

อาหารเย็นมื้อนั้นเรากินกันอย่างสนุก เพื่อนสาวสองคนของดิฉันก็ให้ความเป็นกันเองกับเฮียเล็กมาก

ยัยตู่ผลัดกับยัยต้อมคีบกับข้าวให้เขาเหมือนเพื่อนสนิทจนดิฉันอุ่นใจและเริ่มมีความสุขขึ้น

แฟนดิฉันที่อายุมากกว่า 2 รอบกลับรู้สึกเกรงใจเพื่อนดิฉันเสียอีก เพราะเราเป็นเจ้าบ้านแท้ๆ แต่ปล่อยให้ผู้มาเยือนคีบกับข้าวอาหารป้อนให้

หลังคนงานกลับออกไปในตอนค่ำ ดิฉันช่วยเฮียเล็กเก็บของแล้วปิดร้าน เขาก็ให้ดิฉันไปต้อนรับเพื่อนดีกว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องเคลียร์ของ

ดิฉันจึงแวะขึ้นไปห้องเพื่อนสาวสองคน เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นยัยตู่นั่งดูทีวีอยู่ ส่วนยัยต้อมกำลังอาบน้ำ

ดิฉันถามเรื่องความสะดวกสบายเพราะอยากต้อนรับเพื่อนเต็มที่ ยัยตู่แกล้งถลึงตาบอกว่า แค่นี้ฉันสองคนก็จะเป็นนางฟ้าอยู่แล้ว ไม่ต้องเอาใจมากนักหรอก ไปเทกแคร์แฟนตัวเองดีกว่า

ยัยตู่พูดแค่นี้ก็รู้ว่าพูดผิด เพราะมันจี้ใจดำดิฉันพอดี เธอเข้ามาปลอบและขอโทษ ดิฉันยอมรับกับเพื่อนว่ารู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่คิดเรื่องนอกใจ
 

ดรุณี 4

เปี๊ยกหน้าบูดเบี้ยวเมื่อถูกมือสาวสวยอย่างยัยต้อม เธอเค้นคลึงจนมันได้ที่ก่อนก้มหน้าใช้ปลายชิวหาสัมผัสมันเบาๆ



ยัยตู่เห็นเพื่อสนุกกับมันจึงเข้ามาร่วมวงด้วย เธอแหย่หน้าเข้ามาก่อนยื่นลิ้นมาช่วยปลุกเร้าให้เปี๊ยก

ดิฉันยืนดูเพื่อนสองคนจนตัวแข็งไปหมด ดูเหมือนว่าเปี๊ยกจะดูอ่อนหัดกับประสบการณ์รักครั้งนี้

เขาถูกเพื่อนสาวที่เก๋าเกมทั้งสองผลัดกันเล่นงาน จนมันใกล้ถึงเส้นชัย พวกเธอก็หยุด เธอสลับทำแบบนี้จนกระทั่งเขาทนไม่ไหวต้องคลายของเสียออกจากร่างจนเปรอะพื้น ห้องไปหมด

ยัยตู่เดินไปหยิบกระดาษทิชชู่มาทำความสะอาดให้ ก่อนโน้มคอเขามาประกบปากอีกครั้ง

เปี๊ยกหลงไปตามอารมณ์ของเธอจนกระทั่งอาวุธของเขามันเริ่มกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ขณะที่ดิฉันกำลังเพลินดูเขาสองคน เมื่อไปมองยัยต้อมก็สะดุ้งเฮือก เพราะเธอหลงเหลือชั้นในสองตัว เธอกำลังต้องการไปร่วมกับสนุกกับยัยตู่ต่อ

ยัยต้อมเข้าไปนัวเนียกับพวกเขาสองคน เธอลูบไล้ร่างกายของชายหนุ่มที่แผ่นหลัง เมื่อเขาหันมาโต้ตอบ เธอก็แลกจูบอย่างดูดดื่ม

ดิฉันดูพวกเขาถึงตอนนี้ก็รู้สึกกระดากสุดขีดจึงรีบกลับเข้าห้องล็อกประตูนั่งสงบสติอารมณ์คนเดียว

ดิฉันยอมรับว่าร่างกายภายในรู้สึกร้อนไปทั่วที่ได้เห็นภาพหนังสด อย่างใกล้ชิด พวกเขายังคงสนุกกันต่อ เมื่อดิฉันเหลียวมองผ่านกระจกออกไป ยัยต้อมกลายเป็นสาวเปลือยเปล่าอีกคน เธอกำลังโก้งโค้งให้หนุ่มอาคันตุกะกระแทกบั้นท้ายอย่างตื่นเต้น

แต่แล้วยัยตู่เจ้าของห้องก็เปิดประตูเข้ามากระทันหันจนดิฉันตกใจ เธอเข้ามาดึงมือพยายามโน้มน้าวให้ดิฉันไปร่วมสนุกกับพวกเธอ ดิฉันบ่ายเบี่ยงจนเธอถลึงตา เธอบอกว่าชีวิตเป็นของเรา อย่าฝืนกายฝืนใจไปเลย

ดิฉันถูกเพื่อนเซ้าซี้หนักจนเริ่มใจอ่อน เพราะเธอบอกว่าไม่ยุ่งก็ไม่เป็นไร แต่อย่าหนีมานั่งในห้องคนเดียว

ดิฉันจึงเดินตามเพื่อนออกมา ยัยตู่กับหนุ่มเมื่อเห็นดินกลับเข้ามา พวกเขาจึงหยุดบทรักไปชั่วครู่

เปี๊ยกมองหน้าดิฉันอย่างมีเลศนัย เขายิ้มให้อย่างสุภาพพร้อมกับเอ่ยว่า อย่าฝืนใจไปเลยครับ เราแค่สนุกกัน ช่วยเหลือกันให้มีความสุข ไม่มีภาระผูกพันกัน หลังวันนี้ไปก็อาจจากกันไปเลยก็เป็นได้

ดิฉันนิ่งเงียบฟังเขากล่อมจนรู้สึกใจอ่อน เปี๊ยกเห็นดิฉันนิ่งไป เขาจึงลุกจากโซฟามาหาดิฉันด้วยสภาพล่อนจ้อนไม่มีอะไรมาปกปิด

ดิฉันหน้าแดงกล่ำเมื่อเขาเข้ามาใกล้ เปี๊ยกเดินอ้อมไปข้างหลังดิฉัน เขาเริ่มโอบกอดและสอดมือเข้าไปในเสื้อของดิฉันก่อนไล่มือลูบไล้มาถึงปทุมถัน สองข้างที่ยังมีบราเซียร์ปกปิดอยู่

เมื่อเขาเค้นคลึงถี่ขึ้นและเริ่มแรงขึ้น ดิฉันถึงกับหลับตาปี๋ยืนไม่ติดพื้น

จากนั้นเปี๊ยกก็ปลดเสื้อของดิฉันออกจากศีรษะ ก่อนนั่งคุกเข่าสูดดมหน้าท้องจนดิฉันวาบหวิวปั่นป่วนไปทั่วเรือนร่าง

ดิฉันปล่อยให้เขาทำจนเพลิน มารู้สึกอีกทีเมื่อเขารูดซิปกางเกงยีนรัดรูปของดิฉันออก

กางเกงขายาวของดิฉันถูกนำออกจากขาไปแล้ว เวลานี้ดิฉันเหลือเพียงชั้นในบางๆ สีชมพูสองชิ้นที่ปกปิดร่างกาย

เปี๊ยกเขยิบกายเข้าหาดิฉันอีกครั้ง เขาเอาหน้ามาจ่อตรงเป้าหมายที่ต้องการ ทำเอาดิฉันเริ่มรู้สึกอาย เพราะบิกินีตัวที่ใส่มันเป็นแบบบาง เห็นเนื้อหนังมังสาชั้นในอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสาหร่ายสีดำผืนใหญ่ภายในมันก็ปรากฏให้เขาเห็นอยู่รำไรแล้ว

เปี๊ยกใช้มือลูบไล้เบาๆ อย่างทะนุถนอม เมื่อเขาเห็นดิฉันกระสับกระส่ายยืนไม่ติดพื้น เขาจึงตัดสินใจจับขอบกางเกงแล้วรูดมันออกทันที

ทันทีที่บิกินีหลุดมากองปลายขา ดิฉันใจหายวาบ พยายามเอามามือบังจุดซ่อนเร้น เขาก็ไม่รอช้ารีบเอาหน้าเข้ามาซุกแล้วกอดรัดดิฉันแน่น

ใบหน้าของเขาฝังสนิทที่มัน แม้จะมีส่าหร่ายปกคุมหนาแน่นแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเขา เขาสูดดมมัน เหมือนเจอของวิเศษสุด จนดิฉันอ่อนปวกเปียกทรุดลงกับโซฟาที่อยู่ใกล้ๆ

เปี๊ยกยังตามมาเล่นงานหว่างขาของดิฉันไม่ยอมปล่อย เขาจับขาของดิฉันเหยียบบ่าของเขาเพื่อให้หน้าของเขาเข้าใกล้จุดซ่อนเร้นมากที่สุด

ถึงเวลานี้เพื่อนสาวสองคนเห็นว่าดิฉันพร้อมที่จะร่วมวงสนุกกันแล้ว พวกเธอเข้ามาสมทบทันที คนหนึ่งช่วยลูบไล้ปทุมถัน ส่วนอีกคนใช้ปลายชิวหาละเลงมันอีกข้าง

ดิฉันเริ่มทนไม่ไหว โดยเฉพาะช่วงล่างที่ถูกเปี๊ยกจู่โจมไม่เลิก มันเริ่มชุ่มช่ำไปหมด

เขาทำจนมันได้ที่ จึงลุกขึ้นล้มตัวทับร่างของดิฉันและเตรียมนำอาวุธเข้าจ่อปากทางเข้าที่มีผืนหญ้าปกคุมอย่างหนาแน่น

ยัยต้อมเข้ามาช่วยอีกแรง เธอช่วยแหวกกอหญ้าเพื่อให้เขากันมันอย่างสบาย เปี๊ยกตั้งท่าเพียงเล็กน้อยก่อนดันพรวดเข้ามาจนดิฉันสะดุ้ง

ดรุณี 3

ดิฉันพยักหน้าช้าๆ พร้อมยอมรับว่า หนุ่มสองคนบุคลิกดีมาก



ยัยตู่คุยไปสักพัก หนุ่มสองคนก็ขอแลกเบอร์พวกเรา ก่อนกลับบ้านพวกเขายังเดินมาส่งที่รถด้วย

วันรุ่งขึ้นเปี๊ยกโทร.มาหายัยตู่ นัดกันไปเจอที่เดิม พวกเราอยู่กันพร้อมหน้าเลยหาเรื่องคุยกันสนุกๆ

ยัยตู่ยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนบอกว่า เปี๊ยกคงชอบเราแน่ หนุ่มพวกนี้ไม่จริงจังอะไรกับเราหรอก แค่อยากคบและมีอะไรกับเรา เพราะเห็นเราเปิดโอกาสให้เขา แม้ว่าเขาจะจริงใจแต่ก็คงคบกันไม่ได้หรอก

ยัยตู่ว่า ถ้าเขามาคนเดียว เดี๋ยวให้มาที่คอนโดฯ แล้วจับกินเลย

ยัยต้อมเห็นพ้องด้วย เธอคงแค้นแฟนเก่าอยู่จึงย้ำว่า เธออยากทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่สนไม่แคร์อะไรทั้งสิ้นแล้ว

ดิฉันหน้าชาเพราะไม่คิดว่าเพื่อนสองคนจะคิดแบบนี้ เมื่อเอ่ยปฏิเสธ ยัยตู่ก็ถลึงตาขู่บอกว่า ถ้าไม่เล่นด้วยก็ดูเฉยๆ

ดิฉันกลัวเพื่อนสองคนโกรธ เลยตกกระไดพลอยโจนยอมทำตามใจเพื่อน ยอมอยู่ดูการกระทำของเพื่อน

ดิฉันไม่แน่ใจจึงเตือนสติเพื่อนสองคนว่า อย่าทำอะไรที่เป็นเรื่องเป็นคดีความก็แล้วกัน

พวกเธอหัวเราะ บอกว่า ผู้ชายไม่เสียหายหรอก อาจจะชอบด้วย

เย็นวันนั้น เปี๊ยกมาพบพวกเราที่ห้อง ยัยตู่บอกให้ดิฉันกับยัยต้อมไปหลบอีกห้องที่มีกระจกพิเศษ คนนอกไม่เห็นเพื่อคอยแอบดู

เรายืนดูเขาสองคนประมาณ 10 นาที ยัยตู่ก็เริ่มยั่วยวนจนเขาเริ่มกล้า เอามือมาลวนลามเธอ

จากนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็เริ่มประกบปากกันอย่างดูดดื่มบนโซฟารับแขก ทำเอาผู้ชมอย่างดิฉันและยัยต้อมเริ่มเกิดอาการกระสับกระส่าย

ยัยตู่นั้นกล้ากว่า ปากเธอประกบแต่มือกับควานไปกุมหว่างขาของเขาแล้วรูดซิปล้วงเข้าไปภายใน

เขาเริ่มเคลิบเคลิ้มที่ถูกเพื่อนสาวของดิฉันกระทำแบบนี้ จึงปล่อยให้เธอทำตามปรารถนา

ยัยตู่ปลดกระดุมเสื้อแล้วรูดกางเกงของเขาออกจนร่างกำยำของเปี๊ยกเหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว

จากนั้นเธอก็ก้มหน้าเขาหาอกบึกบึนของเปี๊ยก เธอบรรจงใช้ชิวหาละเลงไปทั่วขณะที่มือก็กุมความเป็นชายของเขาตลอดเวลา

เมื่อเห็นมันได้ที่ ยัยตู่ก็รูดปราการด่านสุดท้ายของเปี๊ยกออก อาวุธอันแข็งแกร่งทรงพลังของเขาพร้อมที่จะเตรียมสู้รบในสมรภูมิที่กำลังเกิด ขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว

เพื่อนสาวตัวแสบเริ่มเอาหน้าเข้าหาหว่างขาของเขาก่อนฮุบมันเข้าปากเหมือนปลาใหญ่กินปลาเล็กทันที

ดิฉันไม่ได้เจอเพื่อนเป็นสิบๆ ปี ไม่เคยคิดว่าเพื่อนจะเก่งขนาดนี้ เธอใช้ความนุ่มนวลโจมตีเปี๊ยกจนเขาหลับตามพริ้ม มือไม้เกร็งไปตามการกระทำของยัยตู่ บางจังหวะเขาถึงกับเงยหน้าขึ้นมาเพื่อพยายามเอามือมาขวางการกระทำของเธอ

สักพักยัยตู่ก็ลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือชั้นในสองตัว เธอเดินเข้าหาเปี๊ยกให้เขาชื่นชมก่อนหมุนตัวถอดบิกินีออกทิ้งไป

ดิฉันเห็นเปี๊ยกจ้องมองด้วยความหื่นกระหาย เขาพยายามมองช่วงล่างของยัยตู่ตลอดเวลา

ยัยตู่เดินเข้าไปนั่งค่อมบนร่างของเปี๊ยกปล่อยให้เขาฝังหน้าที่ ปทุมถันสองข้าง เมื่อเห็นเขาพยายามจะแกะบราเซียร์ออก เธอจึงเอื้อมมือไปช่วยปลดออกเอง

จากนั้นเพื่อนสาวก็ควานหาของที่ต้องการแล้วสวมหมวกป้องกันอย่าง เสร็จสรรพ เธอจับมันตั้งลำจ่อปากทางเข้าก่อนดันช้าๆ เข้าสู่ร่างกายของเธอ

เธอรั้งชายหนุ่มเข้ามากอดแน่น และเริ่มโยกกายไปมาอย่างรวดเร็ว เสียงร้องครวญครางของยัยตู่มันสร้างตื่นเต้นให้ดิฉันกับยัยต้อมเป็นอย่างมาก

ดิฉันเห็นเธอทำได้สักพักก็สลับเปลี่ยนท่ายืนโก้งโค้งให้เปี๊ยกเป็นผู้ออกแรงบ้าง

เปี๊ยกจับบั้นท้ายยัยตู่แล้วโยกกายอย่างต่อเนื่องทำเอาเธอหน้าตา บูดเบี้ยวส่งเสียงร้องอย่างเร้าใจออกมา ถึงตอนนี้ยัยต้อมที่ยืนดูอยู่กับดิฉัน เธอคงตบะแตกทนไม่ไหวจึงเปิดประตูออกไปร่วมวงด้วย

เปี๊ยกคงตกใจที่ความแตกว่า มีคนอื่นในห้องอยู่ด้วย เขาคงเข้าใจผิดคิดว่า คนที่เข้ามาเป็นแฟนยัยตู่ หน้าเขาซีดเผือดแต่เมื่อเห็นเป็นดิฉันกับยัยต้อม เปี๊ยกจึงรีบเอามือมาปิดความเป็นชายของเขาไว้ด้วยความอาย

ยัยตู่ชี้หน้าพวกเราแล้วหัวเราะ เธอบอกว่า ทนไม่ไหวแล้วซิ มาสนุกพร้อมกันเลย

ยัยต้อมจ้องมองเปี๊ยกชั่วครู่ ก่อนที่เธอนั่งยองๆ ข้างเขาแล้วเอื้อมมือไปจับสิ่งที่เธอต้องการ

เธอถอดหมวกป้องกันของเขาออกเพื่อต้องการสัมผัสเนื้อแท้โดยตรง เมื่อใช้มือลูบไล้มันเบาๆ มันก็เริ่มแข็งตัวพร้อมสู้รบทันที

ดรุณี 2

ยัยตู่ชูมันแล้วหัวเราะบอกว่า คนทำไอ้นี่อุตริดี เธอพูดจบก็เดินไปเปิดหนังเพื่อเร่งเร้าความต้องการของพวกเราขึ้นมา


หลังดูหนังไปสักพัก ยัยตู่เองก็ตบะแตกก่อน เธอเริ่มใช้มันถูไถร่างกายของตนเองก็เปลื้องผ้าออกจนหมดพร้อมนำมันเข้าสู่ ร่างกายท่ามกลางความตื่นตะลึงของยัยต้อมและดิฉัน

ยัยตู่เพลิดเพลินจนลืมไปว่า มีเพื่อนจ้องมองการกระทำของเธออยู่  เสียงครวญครางของเธอทำให้ดิฉันร้อนผ่าวไปทั่วร่างกาย ยัยตู่ใช้เวลาเกือบ 5 นาทีก็บรรลุเป้าหมายที่เธอต้องการ ก่อนยื่นเจ้าของเทียมส่งมาให้ดิฉัน 

ดิฉันรู้สึกกระดากรีบส่งต่อให้ยัยต้อม เธอรับมาดูนิดเดียวก็ลองใช้มันทันที

ยัยต้อมก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ายัยตู่ ทันทีที่มันเข้าสู่ร่างกาย  เธอก็ปล่อยอารมณ์เต็มที่

หากเจ้าสิ่งนั้นมันมีชีวิตมันคงให้ความสะใจเพื่อนดิฉันมากไปกว่านี้  เพียงแค่อึดใจเพื่อนคนที่สองของดิฉันก็สาสมใจไปเช่นกัน

ยัยต้อมยื่นส่งมาให้ดิฉันใช้มันเป็นคนสุดท้าย ดิฉันส่ายหัวปฏิเสธ ยัยตู่เลยถลึงตาใส่พร้อมกับพยักหน้าให้ยัยต้อม ก่อนที่ทั้งคู่จะจับดิฉันถอดผ้าจนหมด 

ยัยตู่ขู่บอกให้ดิฉันนอนเฉยๆ พร้อมกดแขนดิฉันไว้  ส่วนเพื่อนอีกคนก็จับดิฉันถ่างขาออก

เธอค่อยๆ ใส่เบาๆ ก่อนหมุนมันเหมือนช่างใช้ไขควงกำลังขันนอต ดิฉันรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อยัยต้อมเริ่มชักมันเข้าออกถี่ขึ้น  ดิฉันถึงกับสะดุ้งเกิดอาการเกร็งสุดตัวต้องแอ่นร่างดุจสะพานโค้งเข้าต่อต้าน เจ้าสิ่งนั้นอย่างเต็มที่

เพื่อนดิฉันสองคนรู้งาน เธอจับร่างดิฉันแน่น อีกคนก็เร่งการทำมืออย่างรวดเร็วจนดิฉันหน้าบูดเบี้ยวหวีดร้องออกมาลั่นห้อง ก่อนระเบิดอารมณ์อย่างสุขสันต์เต็มที่

ดิฉันนึกถึงเรื่องนี้แล้ว รู้สึกคิดถึงเพื่อนสองคนขึ้นมาทันที  สิบกว่าปีแล้วที่เราไม่ได้พบกัน ยัยตู่เพิ่งเขียนจดหมายมาหาดิฉัน จดหมายเธอเขียนแบบเดาสุ่มเพราะไม่มั่นใจในที่อยู่เดิม

ดิฉันจากเพื่อนทั้งสองมาใช้ชีวิตต่างจังหวัดหลายปี หลังจากที่แต่งงานทำการค้าต่างจังหวัดก็ไม่เคยติดต่อใครเลย

ยัยตู่ทิ้งเบอร์โทร.ไว้ในจดหมาย เมื่อดิฉันโทร.กลับไป เธอดีใจมาก เธอเล่าว่า เธอกับยัยต้อมยังไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ

ยัยต้อมมีแฟนรุ่นเดียวกัน ทำงานค้าขายเช่นกัน ส่วนตัวยัยตู่ทำงานบริษัทเรื่อยเปื่อย

หลังคุยกันสักพักยัยตู่ก็ชวนให้ดิฉันมาเที่ยวกรุงเทพฯ เธอบอกให้ดิฉันมาพักที่คอนโดเธอได้เลย

ดิฉันจึงเคลียร์งานช่วงสุดสัปดาห์ก่อนขอแฟนมาเที่ยวกรุงเทพฯ เพื่อมาเจอเพื่อนเก่า เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร

แรกเจอยัยตู่ ดิฉันยอมรับว่า เพื่อนดูสวยขึ้นมาก  เธอแต่งตัวทันสมัย แต่งหน้าแต่งตาตลอดเวลา แต่แล้วยัยตู่ก็แจ้งข่าวร้ายว่า ยัยต้อมเพิ่งเลิกกับแฟนเพราะจับได้ว่า แฟนเธอมีคนอื่น แถมยังคบหากับแฟนเก่าอีก

ยัยต้อมหนีมาพักกับยัยตู่หลายวัน แฟนก็ไม่มาง้อจึงเลิกกันเด็ดขาด

ดิฉันเห็นเธอซึมจึงช่วยกันปลอบ สุดท้ายยัยตู่จึงชวนเราไปเที่ยวผับ หาความสำราญเหมือนวัยรุ่น

ยัยต้อมเริ่มตัดใจอะไรได้ เธอถึงกับลั่นปากว่า เธอจะเศร้าซึมอีกต่อไป เธออยากจะทำอะไรให้เป็นอิสระ ไม่แคร์ใครอีกต่อไปแล้ว

ยัยตู่ชูนิ้วโป้งให้ บอกว่า มีแฟนแล้วยุ่งยาก ทำตัวแบบเธอสบายกว่า

คืนนั้นเพื่อนสาวสองคนพาดิฉันไปเสริมสวยก่อนออกไปเที่ยวกลางคืน

ดิฉันรู้สึกแปลกๆ เมื่อส่องมองกระจกก็รู้สึกว่า ตัวเองดูดีขึ้นและยอมรับว่า หลายปีมานี้ดิฉันมีแต่งานจนลืมตัวเองไป

เพื่อนสาวสองคนยังชมว่า ดิฉันดูดีกว่าพวกเธอ เพราะเป็นคนสูงอยู่แล้ว

ดิฉันก็เห็นเพื่อนแต่งตัว แต่งหน้าแล้วยอมรับว่า พวกเธอก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน

ยัยตู่ผมยาวสลวยหุ่นดี ใบหน้าสวยคิ้วคมเข้ม ส่วนยัยต้อมผิวพรรณดีมาก แม้จะตัวเล็กแต่ก็สวยเหมือนสาวญี่ปุ่น

พวกเราสามคนกลายเป็นจุดเด่นของหนุ่มหลายคนที่เข้ามารุมจีบขอเบอร์  ยัยตู่ที่เก๋าประสบการณ์พยายามเฟ้นคนที่เหมาะสมให้นั่งโต๊ะด้วย ใครที่ดูน่ารังเกียจเธอจะปฏิเสธในทันที

จนกระทั่งช่วงดึกมีหนุ่มสองคนเข้ามาคุยด้วย  ดิฉันสังเกตเห็นว่า เขายังดูอ่อนวัยมาก แต่คำพูดคำจาดูดีเป็นผู้ใหญ่

พวกเขาแนะนำตัวคนหนึ่งชื่อ  โก้ อีกคนชื่อ เปี๊ยก

หลังคุยกันสักพักก็รู้ว่า เขาสองคนอ่อนกว่าพวกเราหลายปี  ยัยตู่แอบกระซิบดิฉันว่า เธอชอบกินเด็ก จะช่วยให้เธอกระชุ่มกระชวยเหมือนเป็นวัยรุ่นอยู่เสมอ

''สองคนนี้ดูดีไหม?'' เธอหันมาถามความเห็นดิฉัน